หลักฐานจากฟ้า นักวิเคราะห์ดาวเทียมออสเตรเลียเปิดภาพร้อน! กัมพูชาเคลื่อนทัพก่อนเหตุปะทะชายแดน
วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 Nathan Ruser นักวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียมประจำ สถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย (ASPI) ได้เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X (Twitter เดิม) พร้อมแผนที่ความร้อนเชิงยุทธศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายที่มีบทบาทหลักในการเพิ่มความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนเกิดเหตุปะทะรุนแรงเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา
Ruser ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการวิเคราะห์เขตความขัดแย้งทั่วโลก อาทิ ยูเครนและเมียนมา รายงานว่า จากการประมวลผลภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลทางภูมิศาสตร์ พบสัญญาณของการเสริมกำลังและเคลื่อนไหวทางทหารจากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่องล่วงหน้า ก่อนการปะทะสำคัญที่เกิดขึ้น
สถิติที่น่าสนใจ:กัมพูชา เป็นฝ่ายก่อเหตุความตึงเครียด 33 ครั้ง
ไทย มีการเคลื่อนไหวที่อาจเพิ่มความตึงเครียด 14 ครั้ง
ความตึงเครียดจากทั้งสองฝ่ายร่วมกัน 9 ครั้ง
6 ประเด็นหลักจากการวิเคราะห์ของ Ruser:
1. การเสริมกำลังใกล้วัดพระวิหาร
กัมพูชามีการก่อสร้างและเสริมโครงสร้างยุทธศาสตร์ในพื้นที่ใกล้วัดพระวิหารก่อนวันที่ 28 พฤษภาคม ซึ่งเป็นการยกระดับแนวหน้าโดยตรงในพื้นที่ขัดแย้ง ไม่ใช่แค่บริเวณจุดผ่านแดนที่ชัดเจน
2. การเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่
หลังการปะทะ 28 พฤษภาคม กัมพูชาเร่งส่งหน่วยยุทธศาสตร์แนวหน้า เช่น รถถัง ปืนใหญ่ และระบบป้องกันทางอากาศ แสดงให้เห็นว่ามีการเตรียมพร้อมและแผนการดำเนินการล่วงหน้า
3. การเข้าครอบครองพื้นที่โดยทหารไทย
วันที่ 19 มิถุนายน มีรายงานว่า หน่วยรบไทยเข้าครอบครองตำแหน่งในกัมพูชาชั่วคราวราว 90 นาที ซึ่งใหญ่และมีระเบียบกว่าการลาดตระเวนที่ หลงทาง ทั่วไป
4. เหตุการณ์ ปิดกั้น การลาดตระเวนไทย
วันที่ 30 มิถุนายน กัมพูชาส่งกำลังลาดตระเวนจำนวนมากเข้าขัดขวางและปิดเส้นทางลาดตระเวนไทยในเขตที่ประเทศไทยยืนยันว่าเป็นอาณาเขตตนเอง
5. การส่งกระสุนจำนวนมากสู่แนวชายแดน
ปลายเดือนมิถุนายน มีการขนส่งกระสุนจำนวนมากจากฝั่งกัมพูชาเข้าสู่พื้นที่แนวหน้า เป็นสัญญาณชัดเจนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งในระดับสูง
6. ผู้นำทหารคนสนิทของฮุนเซนบัญชาการแนวหน้า
รายงานระบุว่า ผู้นำหน่วยยามรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของ สมเด็จฮุนเซน เป็นผู้บัญชาการในแนวหน้าเอง ซึ่งเป็นสัญญาณชัดว่า อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการเคลื่อนไหวครั้งนี้
การสะสมกำลังและยุทธศาสตร์ของกัมพูชาก่อนการปะทะ เป็นการเคลื่อนไหวที่มีการวางแผนและตั้งใจ ไม่ใช่ปฏิกิริยาตอบโต้แบบเฉพาะหน้า ทั้งนี้ การปรากฏตัวของบุคคลระดับสูงในการบัญชาการแนวหน้า ยังบ่งชี้ว่าเหตุปะทะในครั้งนี้มีมิติเกี่ยวข้องกับการเมืองภายในกัมพูชาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้