โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘3I/ATLAS’ ดาวหางข้ามจักรวาล โคจรเฉียดดาวอังคาร

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 07.54 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 07.54 น. • AdminNews

วันนี้ (3 ก.ค.2568) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ทีมนักดาราศาสตร์จากเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ ATLAS (Asteroid Terrestrial-impact Last Alert System) ค้นพบวัตถุคล้ายดาวหาง C/2025 N1 (ATLAS) โดยดาวหางดวงนี้มาจากทิศทางของกลุ่มดาวคนยิงธนู ต่อมามีการยืนยันจากการคำนวณวงโคจรของวัตถุนี้ พบว่ามีต้นกำเนิดจากนอกระบบสุริยะ นับเป็นวัตถุนอกระบสุริยะ (Interstellar Object) ดวงที่สามตั้งแต่มีการค้นพบมา จึงได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า "3I/ATLAS"

วัตถุที่ถูกค้นพบในระบบสุริยะส่วนมากนั้น เป็นวัตถุที่มีวงโคจรและต้นกำเนิดอยู่ภายในระบบสุริยะเอง แม้กระทั่งดาวหางคาบยาวที่อาจจะมีวงโคจรที่ไกลออกไปมากถึงขอบของเมฆออร์ต หรืออาจจะไม่วกกลับมาอีก ต่างก็ล้วนแล้วแต่มีต้นกำเนิดจากการยึดกันอยู่อย่างหลวม ๆ ภายใต้แรงโน้มถ่วงของระบบสุริยะ

จนกระทั่งในปี 2017 มีการค้นพบ "Oumuamua" 1I/2017 U1 ซึ่งเป็นวัตถุจำพวกดาวเคราะห์น้อยดวงแรกที่พบว่ามีต้นกำเนิดจากระบบสุริยะอื่นนอกไปจากระบบสุริยะของเรา ขนาด รูปร่าง และต้นกำเนิดอันแปลกประหลาดของมันทำให้กลายเป็นที่สนใจในแวดวงดาราศาสตร์อย่างรวดเร็ว และปัจจุบันก็ยังมีปริศนาอีกมากเกี่ยวกับ Oumuamua ที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ ต่อมาในปี 2019 จึงได้มีการค้นพบวัตถุจำพวก Interstellar Object ดวงที่สอง มีชื่อว่า 2I/Borysov

สำหรับ 3I/ATLAS นี้ ถูกค้นพบโดยโครงการ ATLAS เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา การสำรวจจากฐานข้อมูลย้อนหลังพบว่า กล้องโทรทรรศน์อื่นในโครงการ ATLAS และ Zwicky Transient Facility ได้มีการบันทึกภาพวัตถุนี้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 2025 จากการคำนวณวงโคจรจึงทำให้สามารถยืนยันได้ว่าวัตถุนี้มีต้นกำเนิดมาจากนอกระบบสุริยะ จึงนับเป็นวัตถุที่มาจากนอกระบบสุริยะดวงที่สามเท่าที่เคยมีการค้นพบมาในประวัติศาสตร์ จึงทำให้มีการเปลี่ยนชื่อจาก C/2025 N1 (ATLAS) ซึ่งเป็นการระบุวัตถุประเภทดาวหาง เป็น 3I/ATLAS โดยตัวย่อ "I" มาจาก "Interstellar" หมายถึง ระหว่างดวงดาว ใช้กับวัตถุท้องฟ้าที่ตรวจพบและยืนยันวิถีโคจรแล้วว่ามาจากนอกระบบสุริยะ ส่วนเลข 3 แสดงว่าวัตถุดวงนี้เป็นวัตถุระหว่างดวงดาวดวงที่ 3 ที่นักดาราศาสตร์ค้นพบนั่นเอง

ปัจจุบัน 3I/ATLAS อยู่ห่างจากโลกของเราถึง 670 ล้านกิโลเมตร หรือคิดเป็น 4.5 หน่วยดาราศาสตร์ (AU) โดยวัตถุนี้ไม่มีอันตรายต่อโลกแต่อย่างใด และจะเข้ามาใกล้ระบบสุริยะที่สุดในระยะทาง 1.4 หน่วยดาราศาสตร์ หรือใกล้กว่าวงโคจรของดาวอังคารเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะหลุดออกไปนอกระบบสุริยะอีกครั้งโดยไม่มีวันกลับมา

การมาเยือนของวัตถุนอกระบบสุริยะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และเพิ่งเริ่มมีการค้นพบจริงจังในช่วงไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เมื่อเทคโนโลยีและวิธีการสำรวจทางดาราศาสตร์ก้าวหน้ามากขึ้น โอกาสในการค้นพบวัตถุเหล่านี้ก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะกล้องโทรทรรศน์ Vera C. Rubin Observatory ที่เพิ่งเปิดเผยภาพแรกไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การค้นพบวัตถุนอกระบบสุริยะเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งอาจทำให้เราพบว่า เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คาดคิดไว้ในอดีต

และในวันหนึ่งข้างหน้า การสำรวจเหล่านี้อาจนำไปสู่การค้นพบเกี่ยวกับโลกอื่นที่อยู่นอกเหนือจากระบบสุริยะของเรา หรือแม้แต่เปิดประตูสู่ความเข้าใจใหม่ ๆ เกี่ยวกับระบบสุริยะที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ที่สำคัญคือการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจยังคงเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาได้เลยในตอนนี้ และกำลังรอให้เราได้พบเจอในอนาคตอันใกล้นี้

นักดาราศาสตร์จากทั่วโลกกำลังศึกษาขนาดและคุณสมบัติทางกายภาพของดาวหางระหว่างดวงดาวดวงนี้ โดยกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่จากภาคพื้นดินน่าจะยังคงสังเกตการณ์ดาวหางแอตลัสได้จนถึงเดือนกันยายน (ดาวหางดวงนี้ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า) หลังจากนั้นดาวหางจะโคจรมาใกล้ดวงอาทิตย์ (อ้อมมาทางด้านหลังดวงอาทิตย์) เกินกว่าจะสังเกตเห็นได้ คาดว่าดาวหางจะกลับมาปรากฏให้สังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่อีกครั้งในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568

ที่มาของข่าว : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...