โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Others

สมาคมประกันวินาศภัยไทย คาดปี 68 เบี้ยประกันภัยรวมแตะ 294,000 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 10.07 น.

สมาคมประกันวินาศภัยไทย เผยไตรมาสแรกปี 68 ธุรกิจประกันวินาศภัย ฟื้นตัวต่อเนื่องด้วยเบี้ยประกันภัยรวม 75,269 ล้านบาท คาดสิ้นปีเบี้ยประกันภัยรับรวม 291,000 – 294,000 ล้านบาท

จากการประเมินของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยในไตรมาสแรกของปี 2568 ขยายตัว 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก ภาคการส่งออกสินค้าและบริการ ที่ขยายตัวสูงถึง 13.8% และ การลงทุนภาครัฐ ที่เติบโต 26.3% การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลง โดยขยายตัวเพียง 2.6% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนหดตัว -0.9% ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันในภาคเศรษฐกิจภายในประเทศ

สศช. ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยทั้งปี 2568 เหลืออยู่ในช่วง 1.3% ถึง 2.3% เนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา

ไตรมาสแรกเบี้ยรับรวมแตะ 75,000 ล้านบาท

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยถึง ภาพรวมของธุรกิจประกันวินาศภัยในไตรมาสแรก (มกราคม–มีนาคม) ปี 2568 ว่า มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมทั้งสิ้น 75,269 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 3.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยประกันภัยรถยนต์ มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 42,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.36% ประกันอัคคีภัย มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 2,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.83% ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง มีเบี้ยประกันภัยรับ 1,668 ล้านบาท ลดลง 4.91% ประกันภัยเบ็ดเตล็ด มีเบี้ยประกันภัยรับ 29,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.01%

โดยมีแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยเบ็ดเตล็ดและประกันอัคคีภัย ที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น สะท้อนความต้องการความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้นในบางกลุ่มความเสี่ยง แม้ประกันภัยทางทะเลและขนส่งจะมีการหดตัวเล็กน้อย แต่ภาพรวมของธุรกิจยังคงเติบโตในทิศทางบวก และหากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยในปี 2568 มีแนวโน้มสูงที่จะเติบโตได้ใกล้เคียงกับระดับที่คาดการณ์ไว้ทั้งปี

ขณะที่สัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 แบ่งเป็น ประกันภัยรถยนต์ 55.8% (42,004 ล้านบาท) และ ประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor Insurance) 44.2% (33,265 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงการตื่นตัวในการบริหารความเสี่ยงของภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในหมวดหมู่ประกันอัคคีภัย ประกันภัยเบ็ดเตล็ด และประกันภัยสุขภาพ

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของบริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (TIRD) คาดธุรกิจประกันวินาศภัยจะเติบโตในอัตรา 1.5% ถึง 2.5% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมี มูลค่าเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมอยู่ในช่วงประมาณ 291,000 – 294,000 ล้านบาท

ซึ่งการเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงความท้าทายในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงการปรับตัวของภาคธุรกิจประกันภัยต่อสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านความเสี่ยงใหม่ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค

มุ่งสู่การเป็นเสาหลักเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ดร.สมพร ได้กล่าวถึงการกำหนดกรอบและทิศทางยุทธศาสตร์ของคณะกรรมการบริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทยชุดใหม่ ประจำปี 2568-2570 ว่า ยังคงมีเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ธุรกิจประกันวินาศภัยเป็นเสาหลักของระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน โดยยึดนโยบายในการทำหน้าที่เป็นผู้บริหารความเสี่ยงมืออาชีพให้กับภาครัฐและภาคเอกชน และสอดรับกับแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2568-2573) ของสำนักงาน คปภ. ซึ่งมุ่งเน้นพันธกิจหลัก 4 ด้าน ดังนี้

  • เสริมสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจประกันวินาศภัย: มุ่งเน้นการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พัฒนาและเผยแพร่ข้อมูลความรู้ด้านประกันภัย สร้างมาตรฐานการให้บริการ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันด้วยนวัตกรรม
  • ส่งเสริม และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี: ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น InsurTech และ Big Data มาใช้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ที่ตอบสนองความเสี่ยงอุบัติใหม่ และผลักดันให้ภาครัฐบูรณาการการประกันภัยเข้าไว้ในแผนยุทธศาสตร์ของชาติ
  • ผลักดันนโยบาย กฎระเบียบ และโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจประกันวินาศภัย: ทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค ส่งเสริมการจัดตั้ง Regulatory Sandbox และปรับปรุงหลักเกณฑ์ด้านการลงทุนของบริษัทประกันภัยให้มีความยืดหยุ่น
  • เสริมสร้างระบบนิเวศประกันภัยที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ: ส่งเสริมการสร้างและพัฒนาบุคลากร ความร่วมมือระหว่างบริษัทประกันภัย และความสัมพันธ์อันดีกับหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงการขยายความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ

“โดยทั้ง 4 พันธกิจนี้จะทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทยให้เป็นกลไกสำคัญของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการบริหารความเสี่ยงระดับประเทศ โดยสมาคมฯ จะเป็น "ศูนย์กลาง" ที่ผสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบประกันภัยไทยที่ประชาชนเชื่อมั่น ภาครัฐพึ่งพาได้ และเศรษฐกิจไทยเข้มแข็งและยั่งยืนไปพร้อมกัน”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงประกันภัย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...