โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

"สมาคมบอลไทย" เลือก "กาญจบุรี" เจ้าภาพ ศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 51

Amarin TV

เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 16.33 น.
สมาคมฟุตบอลฯ ประกาศ

สมาคมฟุตบอลฯ ประกาศ "จังหวัดกาญจนบุรี" คว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ลุ้น ทีมชาติไทย ป้องกันแชมป์

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศผลการคัดเลือก เจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ในงาน FA Thailand Awards 2024/25 ผลปรากฎว่าสิทธิ์ตกเป็นของ จังหวัดกาญจนบุรี ณ สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (กลีบบัว) ความจุ 7,800 ที่นั่ง จากการพิจารณาของคณะกรรมการที่ สมาคมฯ ตั้งขึ้น

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานถ้วยรางวัล "คิงส์คัพ" สำหรับการแข่งขันฯ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานถ้วยรางวัล "คิงส์ คัพ" ในการแข่งขันฯ ครั้งที่ 48 ประจำปี 2565 เป็นต้นมา โดยปัจจุบันจึงนับว่าถ้วยพระราชทานนี้มีความเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของทวีปเอเชีย

โดย นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ให้เกียรติรับมอบสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 51 ประจำปี 2568 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ ระหว่างวันที่ 1-9 กันยายน 2568 เป็นการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์ 4 ทีม แข่งขันทีมละ 2 นัด ในรูปแบบน็อคเอาท์ รอบรองชนะเลิศ และ รอบชิงชนะเลิศ โดยทุกนัดจะเป็นการแข่งขันในระดับ International "A" Match นำผลการแข่งขันไปคำนวณในการจัดฟีฟ่าแรงกิ้ง

การแข่งขันครั้งนี้ มี 4 ชาติ เข้าร่วม ประกอบด้วย แชมป์เก่า "ทีมชาติไทย" อันดับ 102 ของโลก , ทีมชาติอิรัก อันดับ 58 ของโลก , ทีมชาติฮ่องกง อันดับ 147 ของโลก และ ทีมชาติฟิจิ อันดับ 150 ของโลก ส่วนประกบคู่แข่งขัน จะมีการจับสลากเพื่อแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

สำหรับ จังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นครั้งแรกที่ได้สิทธ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน และถือเป็นการกระจายกระแสฟุตบอลสู่แฟนบอลในจังหวัดหัวเมืองของประเทศไทยให้เกิดความนิยมมากขึ้น เช่นเดียวนโยบายของสมาคมฯ ที่ต้องการยกระดับ ปรับปรุง สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สนามแข่งขัน สนามซ้อม ให้กับสนามกีฬาจังหวัด ซึ่งส่งผลต่ออนาคตที่ประเทศไทยจะมีสนามที่ได้มาตรฐานนานาชาติ ตามที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ระบุไว้มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...