โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์: เอเลียนยิงลำแสง ทหารโซเวียตกลายเป็นหิน จริงหรือ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 06.12 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 23.12 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

16 กรกฎาคม 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลน่าสงสัย :

มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเอเลียนเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ เมื่อมีการอ้างว่าเอกสารลับของสำนักงานข่าวกรองกลางหรือ CIA ที่รายงานหลักฐานการพบเอเลียนและ UFO ถูกนำมาเปิดเผย โดยเนื้อหาเล่าถึงการเผชิญหน้าระหว่างทหารโซเวียตและมนุษย์ต่างดาว โดยเอเลียนได้สังหารทหารโซเวียต 23 นายด้วยการยิงโจมตีด้วยลำแสงจนกลายเป็นหิน

บทสรุป :

1.เป็นรายงานที่หน่วยงานรวบรวมข้อมูลของ CIA นำมาจากบทความของหนังสือพิมพ์หัวสีที่ชอบตีข่าวบิดเบือน
2.อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ยืนยันว่าไม่ใช่รายงานของ CIA

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

ข้อมูลในเอกสารอ้างรายงานจากคณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐของสหภาพโซเวียตหรือ KGB จำนวน 250 หน้า เล่าถึงการเผชิญหน้าระหว่างมนุษย์ต่างดาวและทหารโซเวียตระหว่างการฝึกซ้อมในดินแดนไซบีเรีย

คำบอกเล่าของผู้อยู่ในเหตุการณ์อธิบายว่า ฝ่ายทหารโซเวียตเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อนด้วยการยิงอาวุธจากพื้นดินไปยังยาน UFO จนร่วงลงพื้น

มีสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ร่างเล็ก 5 ตนออกมาจากซาก UFO พวกมันมีศีรษะใหญ่และดวงตากลมโต

เอเลียนทั้ง 5 ตนได้รวมร่างกันเป็นทรงกลมขนาดใหญ่ จากนั้นค่อย ๆ เปล่งเสียงและเรืองแสงสว่างขึ้นเรื่อย ๆ ทรงกลมประหลาดขยายใหญ่อย่างรวดเร็วจนระเบิดออกมา

แสงที่พุ่งออกมาจากวัตถุทรงกลมประหลาด ทำให้ทหารโซเวียตจำนวน 23 นายที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวกลายเป็นหินในทันที โดยผู้เห็นเหตุการณ์ 2 รายเล่าว่าตนเองรอดมาได้เพราะติดตามเหตุการณ์ทั้งหมดในที่กำบัง

รายงานจาก KGB อธิบายว่าซากของยาน UFO และทหารที่ถูกทำให้กลายเป็นหิน 23 ร่าง ถูกเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์ใกล้ ๆ กับกรุงมอสโก การตรวจสอบพบว่าแหล่งพลังงานที่ทำให้ทหารกลายเป็นหินเป็นสิ่งที่ไม่พบบนโลก ทำให้โครงสร้างโมเลกุลของทหารไม่ต่างจากโครงสร้างโมเลกุลที่พบในหินปูน

บทสรุปในรายงานมีการอ้างความเห็นของเจ้าหน้าที่ CIA ที่ไม่เปิดเผยตัวตน ที่แสดงความกังวลถึงภัยจากอาวุธและเทคโนโลยีที่อยู่เหนือกว่าการรับรู้ของมนุษย์อย่างมาก

ไม่ใช่ข้อมูลการสอบสวนจาก CIA

อย่างไรก็ตาม แม้รายงานดังกล่าวจะปรากฏในเว็บไซต์ของ CIA แต่รายงานทั้งหมดไม่ได้เกิดจากการสอบสวนโดย CIA แต่เป็นรายงานข่าวที่หน่วยงาน Foreign Broadcast Information Service ของ CIA ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบ รวบรวม ถอดบทความ และวิเคราะห์ข่าวสารจากต่างประเทศให้กับทาง CIA

ในหน้าแรกของเอกสารยังมีคำกำกับว่า UNCLAS ซึ่งยืนยันว่าสถานะว่า เอกสารชิ้นนี้ไม่ใช่เอกสารลับตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด

ในเอกสารยังระบุที่มาของข้อมูลว่า นำมาจากรายงานปี 1993 ของ Holos Ukrayiny หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของประเทศยูเครน ซึ่งเป็นการนำบทความเรื่อง Cosmic Revenge มาจาก Ternopil Vechirniy หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นยูเครนอีกฉบับหนึ่งมาตีพิมพ์ซ้ำ

บทความของ Ternopil Vechirniy ก็นำมาจากบทความปี 1992 ที่ตีพิมพ์ใน Weekly World News ฉบับที่วางจำหน่ายในประเทศแคนาดา ซึ่ง Weekly World News คือหนังสือพิมพ์หัวสีของอเมริกาซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการรายงานข่าวที่ปั้นแต่งขึ้นมาเอง

อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ยืนยัน ไม่ใช่รายงานของ CIA

สำนักข่าว NewsNation สื่อฝั่งอนุรักษ์นิยมของสหรัฐฯ ได้สอบถามความเห็นของ เทรซี วัลเดอร์ อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ที่ยืนยันว่า เอกสารดังกล่าวเป็นข้อมูลของ CIA จริง แต่ไม่ใช่รายงานที่เขียนโดยเจ้าหน้าที่ CIA อย่างที่หลายคนเข้าใจ

ส่วนเหตุผลว่าทำไม CIA ต้องเก็บรายงานชิ้นนี้เอาไว้ เทรซี วัลเดอร์ อธิบายว่าในเอกสารมีการระบุแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่เปิดเผยตัวตนของ CIA ทำให้เธอเชื่อว่าทาง Foreign Broadcast Information Service คงมองว่าเอกสารมีความสำคัญ จึงนำเอกสารมาเก็บรวบรวมไว้ในไฟล์ของ CIA

การที่เนื้อหาถูกตีพิมพ์ในปี 1993 ไม่นานหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ทาง CIA จึงอาจสนใจในข้อมูลทุกเรื่องที่เกี่ยวกับโซเวียต แต่ไม่ได้หมายความว่า CIA มองว่าเรื่องราวดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ หรือยืนยันว่าการเผชิญหน้ากับเอเลียนและ UFO เกิดขึ้นจริง

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.snopes.com/fact-check/soviet-soldiers-cia-aliens/
https://www.newsnationnow.com/space/ufo/viral-ufo-document-not-cia/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...