ดาราสาว เล่าป่วยอัมพาตใบหน้า เริ่มแรกไม่มีสัญญาณเตือน ไม่เคยฉีดสารเข้าหน้า
ดาราสาว เล่าอาการป่วยอัมพาตใบหน้า เริ่มแรกไม่มีสัญญาณเตือน เผยไม่เคยฉีดสารเข้าหน้า หวังว่าจะหายดี
เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า บริสตอล พาลิน นักพูดสาธารณะ นักแสดงเรียลิตี้ทีวี ได้ออกมาแชร์ปัญหาสุขภาพที่กำลังเผชิญอยู่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โดยเธอได้เล่าว่า ขณะนี้เธอกำลังต่อสู้กับโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก
ซึ่งภาพในอินสตาแกรมสตอรี่ที่เธอแชร์เผยให้เห็นใบหน้าเบี้ยวไปครึ่งซีกซึ่งเห็นความแตกต่างระหว่างใบหน้าด้านซ้ายและขวาอย่างเห็นได้ชัดพร้อมลงวันที่ 20 ม.ค. เธอเล่าว่า "ตอนนั้นฉันตื่นขึ้นมาแล้วใบหน้าอัมพาตไปเลยโดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ เธอไม่ได้ป่วย ไม่ได้ฉีดวัคซีน ไม่ได้ทำโบท็อกซ์เมื่อเร็วๆ นี้ แค่อัมพาตไปเฉยๆ"
ปัจจุบันเธอได้อัพเดตอาการป่วยของเธอหลังถูกถามว่าเธอรับมือกับการวินิจฉัยนี้อย่างไรในแง่อารมณ์ พาลินตอบว่าเธอคิดว่าตัวเอง "รับมือได้ดี" แต่ยอมรับว่า "ตอนนี้มองรูปตัวเองไม่ได้" พาลินยังเล่าว่าอาการอัมพาตของเธอ "กลับมาปกติประมาณ 70% แล้ว"
เมื่อแฟนๆ กังวลว่าอาการอัมพาตอาจเป็นถาวร พาลินตอบว่ามีความเป็นไปได้ "แต่ฉันไม่คิดว่าจะเป็นแบบนั้น มันกำลังดีขึ้นอย่างช้าๆ หมอคิดว่าอีก 3 เดือนฉันถึงจะกลับมาเป็นปกติ หวังว่านะ"
ภาพประกอบ
ย้อนกลับไปพาลินได้ออกมาเผยว่า ตนเองมีอาการอัมพาตใบหน้าอย่างกะทันหันในอินสตาแกรมสตอรี่เมื่อเดือนมกราคม
โดยในสตอรี่นั้น เธอเล่าว่าตื่นขึ้นมาในหนึ่งเช้าโดย "รู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยที่ใบหน้า" และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง "ใบหน้าด้านซ้ายทั้งหมดชาและอัมพาต"
หลังจากไปพบแพทย์และตรวจหลายอย่าง "ผลตรวจทุกอย่างไม่พบอะไรผิดปกติ" และเธอได้รับยาสเตียรอยด์และยาอื่นๆในตอนนั้น สาเหตุที่เป็นไปได้อย่างหนึ่งคือ "โรคเบลส์พอลซี่" ซึ่งแพทย์ระบุว่าอาจเกิดจากความเครียดหรือการนอนไม่เพียงพอ
สำหรับโรคเบลส์พอลซี่ (Bell's Palsy) เป็นภาวะที่ทำให้เกิด "อาการอ่อนแรงหรืออัมพาตของกล้ามเนื้อใบหน้าด้านหนึ่งอย่างกะทันหัน โดยมักเกิดขึ้นทางด้านเดียวของใบหน้า ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจาก การอักเสบของเส้นประสาทใบหน้า (เส้นประสาทคู่ที่ 7) ความเครียด การนอนไม่พอ หรือระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ
โดยส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นเองภายใน 3-6 เดือน และผู้ป่วยประมาณ 80-85% จะหายเป็นปกติได้โดยไม่มีผลแทรกซ้อน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดาราสาว เล่าป่วยอัมพาตใบหน้า เริ่มแรกไม่มีสัญญาณเตือน ไม่เคยฉีดสารเข้าหน้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th