โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“แพลงก์ตอน” ตัวจิ๋วแต่ทรงพลัง ผู้ขับเคลื่อนสมดุลคาร์บอนในทะเล

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 06.55 น.
ถึงแม้ว่า “แพลงก์ตอน” จะมีขนาดจิ๋วจนแทบมองไม่เห็น แต่บทบาทของมันสำคัญและยิ่งใหญ่ เป็นฟันเฟืองสำคัญในการกักเก็บคาร์บอนของโลกใต้สมุทร หรือที่เรียกว่า บลูคาร์บอน รวมถึงช่วยรักษาสมดุลของทะเลอีกด้วย

ผลการศึกษาจากงานวิจัยล่าสุดพบว่า “แพลงก์ตอน” ขนาดเล็กจิ๋ว เช่น โคพีพอด และแซลป์ มีบทบาทสำคัญที่ช่วยดูดซับและกักเก็บคาร์บอนในมหาสมุทรได้ โดยนักวิทยาศาสตร์มุ่งศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการกักเก็บคาร์บอนของแพลงก์ตอน ผ่านการอพยพตามฤดูกาล ที่ผ่านมาความเข้าใจเรื่องการกักเก็บคาร์บอนในมหาสมุทรส่วนใหญ่เกิดจากการจมของซากอินทรีย์วัตถุที่มีขนาดใหญ่ แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีการค้นพบว่าแพลงก์ตอนตัวจิ๋วเหล่านี้มีความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กระบวนการกักเก็บคาร์บอนของแพลงก์ตอนในช่วงอพยพ พวงมันจะลงไปในน้ำลึกกว่า 500 เมตร ในช่วงฤดูหนาว ระหว่างนั้นพวกมันจะดึงเอาคาร์บอนและสารอาหารบางอย่างออกจากผิวน้ำลงกักเก็บในมหาสมุทรส่วนลึก ผลการศึกษานี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการ Limnology and Oceanography โดยระบุว่า การอพยพในแนวดิ่งของแพลงก์ตอนส่งคาร์บอนไปกักเก็บในระดับน้ำลึกกว่า 500 เมตร ได้ถึง 65 ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะโคพีพอดมีอัตราช่วยกักเก็บคาร์บอนสูงที่สุดถึง 80% ของจำนวนแพลงก์ตอนชนิดอื่นๆ ทั้งหมด แต่งานวิจัยนี้บ่งชี้ว่ากระบวนการกักเก็บคาร์บอนโดยแพลงก์ตอนนั้นยังไม่ถูกรวมไว้ในแบบจำลองของสภาพภูมิอากาศโลก นั่นหมายความว่าการประเมินประสิทธิภาพในการดูดซับคาร์บอนของมหาสมุทรยังต่ำกว่าความเป็นจริง

จากผลการศึกษานี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบถึงความสำคัญของแพลงก์ตอนที่มีนอกเหนือจากเป็นอาหารของวาฬ พวกมันยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการช่วยรักษาสมดุลของทะเล และยังช่วยดูดซับคาร์บอน ปกป้องโลกจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น แต่ในอีทางหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนก็มีพลต่อชนิดและจำนวนของแพลงก์ตอนในทะเลที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...