ผ่ากลยุทธ์ ‘HP’ ฝ่าสงครามการค้า ด้วยสินค้า ‘Made in Thailand’
เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เมื่อยักษ์ไอทีระดับโลก HP Inc. ประกาศเป็นทางการว่าได้ตั้งฐานการผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี มากว่า 1 ปีแล้ว เรียกว่ามาเงียบ ๆ แต่ส่งออกมหาศาล
โดย ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ประธานคณะที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในปี 2567 ที่ผ่านมา HP มีการลงทุนไปแล้วกว่า 800 ล้านบาท และสามารถผลิตคอมพิวเตอร์ และจำหน่ายได้กว่า 8 ล้านเครื่อง มีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท
ปรับทัพรับมือเมกะเทรนด์
“โก๊ะ กอง เมง” กรรมการผู้จัดการ HP ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสิงคโปร์ กล่าวถึงเมกะเทรนด์สำคัญที่ทำให้ HP ต้องปรับกระบวนคิดเรื่องซัพพลายเชนใหม่ ประกอบด้วยเมกะเทรนด์แรก คือ ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่ง HP เน้นเอไอที่ทำงานโดยตรงบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพา แทนที่จะพึ่งพาการประมวลผลบนคลาวด์อย่างเดียว เพื่อไม่ให้มีข้อมูลใด ๆ แชร์ไปยังคลาวด์หรือผ่านอินเทอร์เน็ต และต้องให้ความเร็วในการประมวลผลที่สูงขึ้น และช่วยลดต้นทุนในระยะยาว HP
เมกะเทรนด์ที่สอง ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจโลก คือ “ภูมิภาคนิยม” (Regionalization) ด้วยยุคโลกาภิวัตน์แบบเดิมที่คุ้นเคยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว การเชื่อมต่อค้าขายระหว่างประเทศจะยังดำเนินต่อไปในรูปแบบของกลุ่มภูมิภาคต่าง ๆ ที่เพิ่มความสำคัญขึ้น และเอเชียในฐานะกลุ่มการค้าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก และกำลังจะเห็นการรวมกลุ่มในลักษณะเดียวกันนี้ในภูมิภาคอื่น ๆ ทั้งในยุโรป ละตินอเมริกา และอื่น ๆ
“การปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับกระแสภูมิภาคนิยมจะช่วยให้ HP ตอบสนองความต้องการเฉพาะของแต่ละตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างความแข็งแกร่งในระดับภูมิภาค ควบคู่ไปกับการดำเนินงานในระดับโลก”
เมกะเทรนด์ที่สาม คือ การเปลี่ยนแปลงความคาดหวังของลูกค้า ที่ต้องทำให้พนักงานทำงานมีความสุขมากขึ้น เพื่อเพิ่มผลิตภาพ โดย HP ได้ทำการสำรวจดัชนีความสัมพันธ์ในการทำงาน (Work Relationship Index) พบว่า 72% ของพนักงาน ระบุว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับงาน เมื่อไม่มีความสุขก็ย่อมส่งผลต่อผลิตภาพในการทำงาน ทำให้บริษัทไม่สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของพนักงานออกมาได้
ย้ำกลยุทธ์ One HP
ดังนั้น งานส่วนใหญ่ของ HP จึงมุ่งเน้นไปที่การทำให้ประสบการณ์การทำงานของพนักงานดีขึ้นอย่างมาก เมื่อพนักงานมีความสุขจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีส่วนร่วมมากขึ้น และสร้างคุณูปการให้บริษัทได้มากขึ้น
“การที่พนักงานมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับงาน จะช่วยให้บริษัทปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน และส่งผลดีต่อทั้งรายได้ และผลกำไรในที่สุด เราจึงออกแบบกลยุทธ์ One HP ที่ผสานเทคโนโลยี บริการ และซอฟต์แวร์ เพื่อประสบการณ์ที่เป็นหนึ่งขึ้นมา”
เพราะไม่ใช่แค่เรื่องความเร็ว หรือสเป็กเครื่องอีกต่อไป แต่เป็นการเพิ่มชั้นของซอฟต์แวร์และบริการเข้าไปบนเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ และทั้งหมดนี้ใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อทำให้ประสบการณ์ผู้ใช้ดียิ่งขึ้น แนวคิดดังกล่าวทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น PC, เครื่องพิมพ์ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ “One HP” ยังหมายถึงการทำให้ลูกค้า และพันธมิตรช่องทางเห็น HP เป็นหนึ่งเดียว ลดความซับซ้อนในการติดต่อประสานงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัท เนื่องจากบริษัทมีผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายครอบคลุมความต้องการของลูกค้า
ติดป้าย Made in Thailand
ด้าน “วรานิษฐ์ อธิจรัสโรจน์” กรรมการผู้จัดการ เอชพี ประเทศไทย (HP) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา HP Inc. ดำเนินการตามแผนปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ โดยเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตสินค้าพีซีทุกเซ็กเมนต์ ด้วยการตั้งโรงงานที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และเริ่มผลิต และส่งออกสำเร็จ ตลอดปีที่ผ่านมา หลังจากมีโรงงานพรินเตอร์ แบบอิงก์แท็งก์ที่ จ.เพชรบุรี
“เราน่าจะเป็นแบรนด์เดียวในตลาดที่ทำตามเงื่อนไขกระทรวงอุตสาหกรรมจนได้ตรา Made in Thailand สลักข้างสินค้าของเราทุกชิ้นที่ผลิตในไทย และส่งออกไปทั่วโลก”
สำหรับโรงงานที่บ้านบึง จะเน้นการผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก แต่ในปีนี้จะขยายกำลังการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันสินค้าที่วางจำหน่ายในไทยมาจากโรงงานในประเทศไม่ถึงครึ่ง อีกทั้งฐานผลิตใหม่ยังมีพนักงานเป็นคนไทยล้วน และจะทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่ามีเกิน 8,000 คน และอาจถึงหมื่นคน
“การตั้งฐานผลิต เกิดจากช่วงโควิด-19 ที่สินค้าไอทีขาดแคลน เราไม่มีสินค้าส่งออกจึงต้องการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่ามีของแน่ เมื่อพาพันธมิตรมาชมโครงการ กลับพบว่าเขายิ่งเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะมีโรงงานในไทย และมีแรงงานไทยทั้งหมด แสดงว่าความเชื่อมั่นในฝีมือแรงงานไทยสูง”
และในปีนี้มีแผนขยายการรับรองสินค้า Made in Thailand ไปยังผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ เพื่อสนองนโยบายของหน่วยงานที่ต้องการสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ให้ความสำคัญกับการผลิตที่ยั่งยืนในประเทศไทย
ยกระดับประเทศไทย
ถามว่า เงื่อนไขจากมาตรการภาษีต่างตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา จะกระทบต่อการผลิตและส่งออกของสินค้ากลุ่มพีซีที่ผลิตในไทยอย่างไร “วรานิษฐ์” กล่าวว่า การตั้งโรงงานเพื่อสร้างความยืดหยุ่นในแง่ของห่วงโซ่อุปทาน จึงน่าจะเป็นสิ่งหนึ่งที่รับมือกับความไม่แน่นอนในระยะยาวได้ รวมถึงได้ประโยชน์ทั้งในกรณีสินค้าไม่พอ และรับมือสงครามการค้า
“ส่วนผลประกอบการ บอกได้ว่าจะทำให้ดีที่สุด เชื่อว่าจะโตเหนือตลาด”
ตามที่การ์ตเนอร์รายงานตลาด PC โต 4.7% จากปีก่อน
ที่คาดว่าจะโตเหนือตลาด เพราะปี 2568 อยู่ในวงจรของการเปลี่ยนอุปกรณ์ และการมาของ AI PC ซึ่ง HP มีสินค้าครบตามกลยุทธ์ One HPทั้งมีแต้มต่อจากการที่มีโรงงานในประเทศ กอปรกับความเชื่อมั่นในตรา Made in Thailand บนสินค้าทุกชิ้นที่ผลิตจากโรงงานไทย ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงอุตสาหกรรม ทำให้มี Handicap ที่ดีในตลาด
การประทับตรา “Made in Thailand” นอกจากจะเป็นการสร้างห่วงโซ่อุปทานระดับโลกที่ยืดหยุ่นแล้ว การมีฐานการผลิตทั้งคอมพิวเตอร์พีซี และพรินเตอร์ ยังทำให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี มีระบบขนส่ง และกระบวนการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศด้วย
“คำว่า Made in Thailand มี 3 ส่วนคือ 1.ด้านเทคโนโลยี เราภูมิใจในการได้ผลิตผลิตภัณฑ์พีซี และเครื่องพิมพ์ด้วยมาตรฐานระดับโลกในไทย พร้อมยกระดับทักษะด้านเทคโนโลยีให้คนไทย ถัดมาเป็น 2.ด้านสังคม และเศรษฐกิจเรามีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สร้างอาชีพ และยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการผลิตที่มีความเป็นเลิศ”
และ 3.ด้านความยั่งยืน เอชพีให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการผลิต และขนส่งภายในประเทศ รวมถึงกระบวนการจัดหาวัตถุดิบและการรีไซเคิลที่ยั่งยืน สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นที่จะลงทุนอย่างมั่นคงสำหรับอนาคตในประเทศไทย
“อรรถวิชช์” ที่ปรึกษา กระทรวงอุตสาหกรรม ย้ำว่า การส่งเสริมการผลิตในประเทศ หรือการได้ตรา Made in Thailand มีความสำคัญโดยเฉพาะสิทธิประโยชน์พิเศษของการเข้าประมูลงานภาครัฐ ที่มีการระบุว่าสินค้าที่เข้าประมูลจะต้องผลิตในประเทศไทย ถือเป็นมาตรการที่ช่วยยกระดับการผลิตสินค้าในประเทศให้ดียิ่งขึ้น แต่มีสิ่งที่น่ากังวล คือการสวมสิทธิเพื่อหลบภาษีจึงต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะโซนศูนย์เหรียญ และสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จะมีระบบแจ้ง และส่งเรื่องให้ “ทีมสุดซอย” เข้าไปตรวจสอบทันที ตามนโยบายการกำกับดูแลมาตรฐานสินค้า ร่างกฎหมายการจัดการกากอุตสาหกรรม และการดูแลขยะอิเล็กทรอนิกส์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผ่ากลยุทธ์ ‘HP’ ฝ่าสงครามการค้า ด้วยสินค้า ‘Made in Thailand’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net