โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เจ้าของปั๊มโดนจรวดเขมรบึ้ม ขอความเมตตากระทรวงพลังงาน

Amarin TV

เผยแพร่ 04 ส.ค. 2568 เวลา 05.30 น.
เจ้าของปั๊มโดนจรวดเขมรบึ้ม ยื่นขอความเมตตากระทรวงพลังงาน ชี้รัฐควรรับผิดชอบความเสียหาย 20 ล้าน 100% เผยปมรัฐไทย-กัมพูชาขัดแย้ง ปชช.ไม่ได้ทำผิด

เจ้าของปั๊มโดนจรวดเขมรบึ้ม ยื่นขอความเมตตากระทรวงพลังงาน ชี้รัฐควรรับผิดชอบความเสียหาย 20 ล้าน 100% เผยปมรัฐไทย-กัมพูชาขัดแย้ง ปชช.ไม่ได้ทำผิด

วันนี้ (4 สิงหาคม 2568) เมื่อเวลา 10.30 น. นางสาวกมลรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านผือ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ เข้ายื่นหนังสือต่อ 4 หน่วยงานหลัก เพื่อขอความช่วยเหลือในการเยียวยาความเสียหายจากเหตุระเบิดบริเวณชายแดน ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินเป็นมูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท

โดยการยื่นหนังสือครั้งนี้ นำโดย นายชณทัต ปัทะมะภูวดล ผู้ก่อตั้งเพจ “ชณทัตลุยครับ” ซึ่งเป็นผู้ประสานงานหลัก ร่วมกับเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน นางสาวกมลรัตน์ พลเศรษฐเลิศ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์

กลุ่มผู้ยื่นหนังสือได้เข้าพบกับผู้แทนจาก 4 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน , นายคณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ คปภ. สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ , ผู้บริหารระดับสูงจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , ทีมประสานงานของนายชณทัต

นางสาวกมลรัตน์ เปิดเผยว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้องอพยพออกจากพื้นที่ด้วยความหวาดกลัว โดยระบุว่า “เราไม่ได้ทำผิดอะไร แต่นี่คือผลกระทบจากสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา เราเป็นเพียงประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ต้องการความสงบและไม่อยากให้เกิดความสูญเสียแบบนี้อีก” และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้รัฐควรรับผิดชอบ 100% ส่วนหน่วยงานอื่นจะเข้ามาร่วมรับผิดชอบก็ถือเป็นความรับผิดชอบ ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องมารัฐยังไม่มีคำตอบใดๆ ซึ่งตนก็อยากจะทราบกรอบเวลาที่ภาครัฐจะช่วยเหลือผู้ปรกอบการและเป็นรูปแบบใดสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“มองว่าการเยียวยาของรัฐช้าไปมาก เพราะทราบมาว่ารัฐไม่มีนโยบายช่วยเหลือนิติบุคคล แต่ตนเองเสียภาษีเต็มทุกอัตรา รัฐต้องเห็นใจเอกชนมากๆ อยากถามว่า รพ.สต.ที่โดนโจมตีมีงบเยียวยา แต่ตนไม่มีใครเข้ามาเลย”

นางสาวกมลรัตน์ ยังเปิดเผยด้วยว่า กิจการของครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยต้องหยุดดำเนินการนานถึง 3 เดือน เบื้องต้นได้ประเมินความเสียหายไว้ที่ ประมาณ 18 ล้านบาท และเมื่อรวมความเสียหายเพิ่มเติมภายหลัง คาดว่าตัวเลขจะอยู่ที่ ราว 20 ล้านบาท ซึ่งกิจการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระหนี้กับธนาคาร ซึ่งเป็นการกู้ยืมโดยนำที่ดินของครอบครัวมาค้ำประกัน ส่งผลให้ปัจจุบันยังต้องรับภาระดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง

ด้าน พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ เปิดเผยหลังรับหนังสือว่า รัฐบาลเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน และได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือ พร้อมเน้นว่า “เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรปล่อยให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความเสียหายโดยลำพัง”

ขณะที่ นายคณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ คปภ. ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เข้าข่ายข้อยกเว้นตามเงื่อนไขกรมธรรม์ที่ระบุว่า “กรณีสงคราม” จะไม่อยู่ในความคุ้มครอง โดยชี้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการปะทะกันตามแนวชายแดนระหว่างกำลังทหารของสองประเทศ ยังไม่ถึงขั้นเป็น ‘สงคราม’ ตามคำนิยามของกรมธรรม์แต่อย่างใด บริษัทประกันภัยจึงต้องรับผิดชอบในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไข

เบื้องต้น สำนักงาน คปภ. ได้มอบหมายให้สำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ ลงพื้นที่ตรวจสอบกรมธรรม์ของผู้เอาประกันภัย พบว่ามีการทำประกันไว้ 2 ประเภท ได้แก่

1.ประกันทรัพย์สิน : ครอบคลุมอาคารทั้งหมดภายในสถานีบริการ

2.ประกันความรับผิดบุคคลภายนอก: อาจไม่เข้าเงื่อนไขความเสียหายครั้งนี้ /พร้อมทั้งจะเร่งกระบวนการเยียวยาให้เร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม คปภ. ได้ประสานกับบริษัทประกันภัยเพื่อขอความกรุณาให้จ่ายค่าสินไหมในส่วนของผู้เสียชีวิต แม้ในบางกรณีจะไม่ครอบคลุมโดยตรง

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่าผู้เสียชีวิตแต่ละรายมีประกันชีวิตหรือประกันอุบัติเหตุอื่นใดอยู่หรือไม่ ซึ่งในบางกรณี เช่น เด็กนักเรียนที่เสียชีวิต ปรากฏว่าทางโรงเรียนได้ทำประกันอุบัติเหตุไว้ด้วย ทาง คปภ. จึงประสานกับโรงเรียนและบริษัทประกันภัย เพื่อให้ดำเนินการจ่ายสินไหมอย่างเหมาะสม

ในส่วนของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน ทางผู้บริหารยืนยันว่า จะไม่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง และกำลังประสานหน่วยงานภายในเพื่อวางแนวทางการช่วยเหลือและเยียวยาอย่างเป็นธรรม

พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ ทิ้งท้ายว่า เราจะนำบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ไปปรับปรุงแนวทางดูแลผู้ประกอบการตามแนวชายแดนทั่วประเทศ ให้มีมาตรการรองรับที่ชัดเจนและเป็นธรรม รัฐจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...