โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

4 แนวทาง "พาณิชย์" ลดกระทบภาษีทรัมป์ เปิดศูนย์ "One Stop Service” 7 สิงหา 2568 นี้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 05 ส.ค. 2568 เวลา 03.12 น.
“กระทรวงพาณิชย์” เตรียมเปิดศูนย์ “One Stop Service” 7 สิงหา 2568 นี้ บรรเทาผลกระทบภาษีทรัมป์

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมแผน 4 แนวทาง บรรเทาผลกระทบภาษีทรัมป์ จ่อเอ็มโอยู พันธมิตรแบงก์-เอกชน เพิ่มงบเอสเอ็มอี ขยายแผนกระตุ้นส่งออก รวมถึงเปิดบริการ “ศูนย์ One Stop Service” 7 สิงหาคม 2568 นี้

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางการสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) อัตรา 19% แก่ประเทศไทย ทางกรมฯได้เตรียมความช่วยเหลือผลกระทบ เบื้องต้น 4 แนวทาง ได้แก่

1. หารือกับกลุ่มธนาคารผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ(ซอฟต์โลน)

2. มอบหมายสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ(ทูตพาณิชย์)ทั่วโลก หาตลาดใหม่ๆ และเก็บข้อมูลรายประเทศถึงสถานการณ์และการปรับนำเข้า ส่งออก และลงทุนกำลังเกิดขึ้นในระยะถัดไป

3. เฝ้าระวังผลกระทบ 2 ด้าน ทั้งสินค้าไทยส่งออกไปสหรัฐฯ เราเสียภาษี 19% และ สินค้าสหรัฐฯ ที่ส่งมาไทยในอัตราภาษี0% ซึ่งเรื่องนี้ทีมไทยแลนด์ เตรียมรับผลกระทบจากความต้องการผลักดันสินค้าของสหรัฐฯหลายรายการมาไทย ทั้งนี้ยังคงเฝ้าระวังและเข้มงวดในสินค้าสวมสิทธิ สินค้าด้อยคุณภาพ รวมถึง Transshipment หรือสินค้าถ่ายลำสินค้า เรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้ดูแล ซึ่งประเด็นสวมสิทธิเป็นเรื่องที่กังวล ต้องตระหนกและตระหนัก ซึ่งทีมเจรจาคุยกันมาตลอดและเตรียมพร้อมรับมือ และจากนี้จะมีมาตรการที่เตรียมไว้ออกมาต่อเนื่อง

4. ทบทวนและปรับระเบียบและเพิ่มเติมโครงการช่วยเหลือ ส่งเสริม และ กระตุ้นเศรษฐกิจ เริ่มด้วยวันที่ 7 สิงหาคม 2568 นี้ เปิดให้บริการ “ศูนย์ One Stop Service” ที่ศูนย์ส่งออกสินค้า ถนนรัชดาภิเษก ศูนย์รวมทุกหน่วยงานด้านให้ใบอนุญาต ให้คำปรึกษา ยื่นขอสินเชื่อ และโชว์รูมย่อยของหน่วยงานและสินค้าเด่น กำลังเร่งเพิ่มมาตรการหรือโครงการให้ความช่วยเหลือในการเปิดตลาดส่งออก

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กรมฯได้รับจัดสรรงบ 50 ล้านจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกรอบ1.15 แสนล้านบาท และกำลังรวบรวมข้อมูลความต้องการและผลกระทบจากภาคเอกชนว่าต้องการให้เพิ่มเติมอะไรอีก ก็จะรวบรวมและจัดนำแพคเกจพิเศษ เสนอ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พิจารณาเห็นชอบ เพื่อเสนอเข้าครม.และบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐต่อไป

รวมถึงจะปรับเงื่อนไขของบประมาณสนับสนุนโดยเฉพาะเอสเอ็มอี ที่กรมมีโครงการ "SMEs Pro-active" เดิมให้งบสนับสนุนเปิดตลาดส่งออกของเอสเอ็มอีสูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท อาจต้องปรับเพิ่ม ตามนำ้หนักของความเดือดร้อน และปรับเพิ่มโครงการอบรมให้องค์ความรู้สอดคล้องกับสถานการณ์การค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป หลังภาษีทรัมป์

ทั้งนี้นางสาวสุนันทา ระบุว่าได้รับมอบนโยบายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้รวบรวมพันธมิตรและภารกิจ รวมถึงเป้าหมายการทำงาน ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วจัดลงนามความร่วมมือ เพื่อร่วมกันผลักดันตามภารกิจตามเป้าหมาย โดยจะเร่งดำเนินการเพื่อลงนามให้เร็วที่สุด หรือไม่เกินกลางเดือนสิงหาคมนี้

นอกจากนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ยังมั่นใจว่าโอกาสการส่งออกของไทยในปีนี้ จะเป็นไปตามที่สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.)คาดเอาไว้ ว่าในปีนี้ (2568) ไทยส่งออกขยายตัวได้ 5-7% นั้น ด้วยเหตุผล คือ

1. ภาษีนำเข้าสินค้าไทยสหรัฐเก็บ 19% นั้น เมื่อถามผู้นำเข้าสินค้าไทยในสหรัฐฯ และ ผู้ส่งออก ระบุพอใจ และ รับได้ เพราะเป็นอัตราไม่แตกต่างกันในภูมิภาค ภาพรวมส่งออกไปสหรัฐฯปีนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่แข่งขันได้ยากขึ้น

2.เริ่มเห็นสัญญาณตลาดใหม่ๆเพิ่มขึ้น ดูจางานแมชชิ่งที่กรมจัดเจรจาทางธุรกิจ ระหว่าง 156 บริษัทจาก 29 ประเทศกับบริษัทไทย มีประเทศกลุ่มแอฟริกา เข้าเจรจาสูงกว่าหลายครั้งที่จัดงาน และบางประเทศไม่เคยร่วมก็มาร่วม เช่น เคนยา

3. การปรับตัวของภาคเอกชน

แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำหรับกระทรวงพาณิชย์เองยังคงเป้าส่งออกปีนี้ขยายตัว 2-3 %

ขณะที่ผลกระทบการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ทางกรมฯย้ำว่ามีการติดตามใกล้ชิด จากรายงานการค้าไทยกับกัมพูชาโดยรวมยังถือว่าปกติ เพียงต้องปรับเส้นทางขนส่งสินค้า ผ่านทางเรือที่แหลมฉบัง และ ส่งผ่านแดนประเทศลาว ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาต้นทุนขนส่งสูงและอาจเจอปัญหาสภาพคล่อง เบื้องต้นได้หารือกลุ่มธนาคารออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ อาทิ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือ (EXIM Bank) เตรียมงบ 10,000 ล้านบาท ช่วยธุรกิจด้านขนส่ง รวมถึงช่วยเหลือผู้ส่งออกอาจขาดสภาพคล่องขนส่งหลังภาษีทรัมป์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...