โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

“DSI” เผยผลสอบ “บัญชีม้าคนไทย” ปัดเอี่ยวหักหัวคิวแรงงานกัมพูชา 2,500

เดลินิวส์

อัพเดต 05 ส.ค. 2568 เวลา 15.14 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2568 เวลา 07.45 น. • เดลินิวส์
“DSI” เผยผลสอบปากคำ “บัญชีม้าคนไทย” ปฏิเสธเอี่ยวหักหัวคิวแรงงานกัมพูชา 2,500 บาท สารภาพ มีการประกอบกิจการกับนักธุรกิจชาวกัมพูชาจริง ด้าน “คณะพนักงานสืบสวน” เตรียมชงเรื่องเข้าบอร์ดชุดเล็กดีเอสไอ ก่อนประมวลเข้าบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ รับเป็นคดีพิเศษฐานคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน

จากกรณีเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร.ต.อ.ทินวุฒิ สีละพัฒน์ ผอ.กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ พ.ต.ท.ธนวัฒน์ วงศ์อนันต์ชัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ นายจินกร แก้วศรี รอง ผอ.กองคดีการฟอกเงินทางอาญา และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงพื้นที่ตรวจค้น 4 จุดเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ เป็นผู้ดำเนินการรับต่อใบอนุญาตทำงานให้แก่แรงงานสัญชาติกัมพูชา ย่านคลองสามวา กรุงเทพฯ เพื่อรวบรวมเก็บพยานหลักฐาน ขบวนการรีดหัวคิวแรงงานกัมพูชา รายละ 2,500 บาท โดยพบว่ามีเส้นทางการเงินจากบัญชีม้าคนไทยและคนต่างด้าวเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชา ทั้งยังพบความเกี่ยวข้องระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐของไทยและกัมพูชา ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. รายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนทางคดี ว่า ขณะนี้คณะพนักงานสืบสวนที่ 27/2568 เตรียมนำสำนวนคดีสืบสวนเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองคดีพิเศษ (บอร์ดชุดเล็ก) ก่อนเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) พิจารณารับเป็นคดีพิเศษตามกฎหมาย แต่ยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาได้ชัดเจนว่าจะมีการรับเป็นคดีพิเศษภายในเดือน ส.ค. หรือไม่

รายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าการเชิญบุคคลเข้าสอบปากคำในฐานะพยานนั้น คณะพนักงานสืบสวนได้มีการเรียกสอบปากคำพยานต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มนายจ้าง ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน รวมถึงกรรมการบริษัทเอกชน ย่านคลองสามวา กรุงเทพฯ ซึ่งส่วนใหญ่ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี นอกจากนี้ กลุ่มบัญชีม้าคนไทยในนามบุคคลและนิติบุคคล ได้เดินทางมาให้ข้อมูลกับคณะพนักงานสืบสวนเรียบร้อยแล้ว พร้อมนำพยานหลักฐานมายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องค่าหักหัวคิวแรงงานกัมพูชา แต่ยอมรับมีการทำธุรกิจกับนักธุรกิจชาวกัมพูชาจริง มีการโอนเงินไปยังฝั่งกัมพูชา ส่วนนักธุรกิจชาวกัมพูชานั้น จากการตรวจสอบยังพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่กัมพูชาอีกด้วย

รายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุต่อว่า กรณีตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่กัมพูชาร่วมกระทำผิดเข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์หลักฐาน และความผิดที่คณะพนักงานสืบสวนกำหนดกรอบไว้พิจารณา ยังมี 2 ข้อหา คือ ข้อกล่าวหาอั้งยี่-ฟอกเงิน ส่วนจะมีความผิดอื่น ๆ หรือไม่ ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจค้นเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมานั้น กลับพบว่าไม่มีการเรียกเก็บค่าหัวคิวแรงงานกัมพูชา 2,500 บาทอีกแล้ว ทั้งนี้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้กำชับและมอบหมายให้คณะพนักงานสืบสวนเร่งทำคดีอย่างรัดกุมรอบคอบ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...