โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘โตโยต้า’ หันพึ่งชิ้นส่วนจีนในไทย หวังลดต้นทุน EV 30% สู้คู่แข่ง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 04 ส.ค. 2568 เวลา 05.16 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2568 เวลา 02.13 น.

สำนักข่าวนิกเคอิเอเชียรายงานว่า บริษัท “โตโยต้า มอเตอร์” กำลังขยายการจัดซื้อชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์จีนในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อลดต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่โตโยต้ามีแผนจะเปิดตัวในปี 2571

โตโยต้าได้เริ่มดำเนินการจัดซื้อชิ้นส่วนจากบริษัทจีนในไทยอย่างเต็มรูปแบบแล้ว โดยได้ประสานงานให้ "ซัมมิท กรุ๊ป" ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่ของไทย กับ "วูหู เยว่เฟย" บริษัทผลิตวัสดุดูดซับเสียงจากจีนได้ร่วมมือกัน โดยทั้งสองบริษัทได้ร่วมทุนกันเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา และมีแผนจะสร้างโรงงานในไทยเพื่อผลิตชิ้นส่วนสำหรับโตโยต้าโดยเฉพาะ

Toyota ใช้ชิ้นส่วนผู้ผลิตจีน ลดต้นทุน 30%

โตโยต้าวางแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประมาณปี พ.ศ.2571 โดยใช้ "แพลตฟอร์มแบบหลายเส้นทาง" ซึ่งเป็นโครงสร้างรถยนต์ที่สามารถนำไปปรับใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าได้หลายรูปแบบ รวมถึงรถยนต์ไฮบริดด้วย โดยแหล่งข่าวภายในโตโยต้าเผยว่า "เราตั้งเป้าที่จะลดต้นทุนลงประมาณ 30% ด้วยการใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตจีน"

ข้อมูลจาก MarkLines ระบุว่าไทยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ประมาณ 3,100 ราย โดยในจำนวนนี้มีประมาณ 1,400 รายเป็นบริษัทญี่ปุ่น ส่วนบริษัทจากจีนมีเพียงประมาณ 190 รายเท่านั้น แต่ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ตั้งแต่ปลายปี 2560

"เมื่อเทียบกับบริษัทญี่ปุ่นแล้ว ต้นทุนของผู้ผลิตชิ้นส่วนชาวจีนต่ำกว่า 20% ถึง 30%" หัวหน้าผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทยรายหนึ่งกล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตอีกว่า ผู้ผลิตชิ้นส่วนญี่ปุ่นบางราย "ถูกบีบให้ถอนตัวหรือลดขนาดธุรกิจลง" เนื่องจากสู้ราคาไม่ได้

อีวีจีนบุกตลาด จุดเปลี่ยนซัพพลายเชน Toyota

ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นเคยครองตลาดรถยนต์ไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยสัดส่วนยอดขายรถยนต์ใหม่เกือบ 90% แต่สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป เมื่อ BYD และค่ายรถยนต์จีนอื่นๆ ได้เข้ามาตีตลาดด้วยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) ที่มีราคาถูกกว่า ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ญี่ปุ่นลดลงเหลือ 71% ในช่วงเดือนม.ค.ถึงพ.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่รถยนต์จีนสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดไปได้ถึง 16%

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้บริษัทญี่ปุ่นต้องกลับมาทบทวน “ห่วงโซ่อุปทาน” ของตัวเองอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้น การตัดสินใจล่าสุดของโตโยต้า อาจถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับกลยุทธ์ของบริษัทในอาเซียน

นอกจากนี้ โตโยต้ายังสนับสนุนให้ซัพพลายเออร์ที่อยู่ในญี่ปุ่น หันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากบริษัทจีนด้วย เช่น Zhejiang Kaihua Moulds ผู้ผลิตแม่พิมพ์ และ Kingfa Sci. & Tech. ผู้ผลิตพลาสติก ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อีกทางหนึ่ง

อ้างอิง : Bloomberg

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...