โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอมี่ กลิ่นประทุม ขอบคุณ ซี ศิวัฒน์ ทนกันมา 20 ปี | รับเห่อหลานจนไม่อยากออกเที่ยว ตอบชัดเปลี่ยนใจมีลูกไหม?

ไนน์เอ็นเตอร์เทน

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 17.56 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 10.55 น. • NineEntertain ข่าวบันเทิงอันดับ 1 ของไทย

เอ่ยปากว่าขอบคุณที่ทนกันมา สำหรับนักแสดงสาว เอมี่ กลิ่นประทุม ที่ก่อนหน้านี้ควงคุณสามี ซี ศิวัฒน์ ฉลองวันครบรอบความรัก โดยควงคู่กันไปดินเนอร์หวานฉ่ำ ครบรอบรัก 20 ปี เจ้าตัวเล่าถึงโมเมนต์ดังกล่าวว่าครบรอบ 20 ปีที่คบกัน แต่ถ้าแต่งงานคือ 11 ปี เอาจริง ๆ พอเรากลับมานั่งดู ก็ตกใจว่า 20 ปีแล้วเหรอมันเกือบครึ่งชีวิตเราแล้ว เวลามันผ่านไปเร็วและที่ผ่านมามันก็สนุก เค้าเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เราให้พื้นที่กันมากขึ้นเข้าใจกันมากขึ้น เรากลายเป็นเพื่อนกันไม่ใช่การที่คู่รักที่หวานจ๋า อยากขอบคุณที่ทนกันและกัน ขอบคุณที่ยอมรับในตัวของเราให้พื้นที่ชีวิตในแบบที่เราอยากมี ให้พื้นที่ให้เราได้โตขึ้น คนเราเวลาโตขึ้นนิสัยมันก็เปลี่ยนแต่เขาก็ยอมรับนิสัยเรา ที่ผ่านมาเราไม่มีเรื่องความลับเราก็จะคุย ณ โมเมนต์นั้นเลย หลายคนชอบถาม ว่าเรามีอะไรมัดใจอีกฝ่ายถึงคบกันได้นานขนาดนี้เอาจริง ๆ แต่ละคนแต่ละคู่ก็ไม่เหมือนกันอย่างพี่ซี เค้าจะเป็นคนที่ไม่สามารถ จะไปสั่งหรือบังคับเขาได้เลยเราต้องใช้จิตวิทยาในการเข้าสู้แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็อยู่ที่พื้นฐานของการเข้าใจกัน ความจริงใจเป็นเพื่อนกันและไม่พยายามเป็นเจ้าของของใคร

ถ้าเราอยากมีชีวิตที่ราบรื่นเราก็ต้องมีพื้นที่ของเรา เค้าก็ต้องมีพื้นที่ของเขาเหมือนกัน เอมี่ ยังเผยอีกว่าคู่ของตนก็ผ่านอะไรมาเยอะทั้งการทะเลาะจนต้องนั่งจับเข่าคุยกันกว่าจะมาถึงทุกวันนี้แต่ถึงแม้ว่าตอนนี้อาจจะยังไม่ได้เข้าที่มากแต่ก็มีการพูดคุยกันมากขึ้น หรือเราก็เริ่มรู้ด้วยตัวเองแล้วว่าถ้าเค้าเงียบไปเขาก็คงไม่โอเคกับอะไรสักอย่าง ชีวิตคู่คบกันมานานก็ยังมีเรื่องที่ไม่ลงรอยกันบ้าง อาทิ ช่วงที่ต้องมาทำงานด้วยกันมันก็มีความคิดเห็นที่ไม่ลงรอยกันบ้าง อย่างตอนทำรายการด้วยกันถึงแม้หน้ากล้องจะออกมาเป็นภาพน่ารักเหมือนคู่รักที่ทะเลาะกันเล่น ๆ แต่เบื้องหลังมันก็มีช่วงที่กัดกันบ้าง หลายคนจะชอบให้เราตีกัน จนบางคนก็แอบคิดว่ามันแรงไปหรือเปล่า หรือว่าพูดหยาบกันไปไหมแต่จริง ๆ จะบอกว่ามันคือตัวตนของเราทั้งสองคน เราก็มีขอบเขตกันอยู่แล้ว

สำหรับวันเกิดที่ผ่านมาอายุครบ 43 ปีเจ้าตัวเล่าว่าก็มีการฉลองกับคุณสามีซึ่งอีกฝ่ายก็ตั้งใจซื้อสร้อยคอให้โดยปีนี้พิเศษเพราะ ซีเป็นคนเลือกด้วยตัวเองและไปซื้อด้วยตัวเอง ปกติเค้าจะฝากคนอื่นซื้อมาให้ ซึ่งเป็นสร้อยที่เราไม่ได้บ่นว่าอยากได้ คือเค้าจะคิดด้วยตัวเค้าเองว่าเราน่าจะอยากได้สิ่งนี้เค้าเลยซื้อมาให้ ส่วนของที่อยากได้ก็มักจะไม่ได้ ปกติเราเป็นคนที่ใส่สร้อยอยู่แล้วเค้าก็คงจะสังเกตว่าเราชอบก็เลยซื้อสร้อยให้ ช่วงแรก ๆ ก็มีเดินมาถามว่าทำไมไม่ใส่สร้อยที่ซื้อให้ ช่วงนี้ก็เลยต้องใส่บ่อยใส่ออกงานไปทุกวันเลย

สำหรับช่วงนี้ที่เห็นผ่านโซเชียลจะเห็นว่าสาวเอมี่ หลงหลานหนักมากสำหรับหลานสาว น้องเจมม่า ซึ่งเป็นลูกของน้องชาย ในฐานะอ๊านตี้(คุณป้า) ยอมรับว่าตอนแรกไม่คิดว่าจะอินอะไรขนาดนี้ คือหลานน่ารักและด้วยความที่เขาเลี้ยงง่าย เหมือนพอมีหลานมันเหมือนกับการดึงครอบครัวให้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งแบบพร้อมหน้า มันทำให้เรารู้สึกไม่อยากออกเที่ยวอยากตื่นเช้ามาเลี้ยงเขา ช่วงนี้เราก็เคยอยู่บ้านมากขึ้นแล้วก็ให้หลานมาอยู่บ้านเราเพราะเราให้เหตุผลว่าอยากตื่นมาแล้วเจอเขาเลย มีการทุ่มงบทำห้องให้หลานโดยเฉพาะเนรมิตห้องเป็นห้องเด็กมียูนิคอร์นต่าง ๆ คือเราออกแบบจ่ายเงินเอง คือพ่อกับแม่ของเด็กก็จะบอกว่าเราตามใจไปหรือเปล่า เราก็บอกว่าเรามีหน้าที่ตามใจและเปย์หลานอยู่แล้วส่วนหน้าที่สอนก็ให้เป็นหน้าที่ของพ่อกับแม่ของเขา เอาจริง ๆ เรียกได้ว่าเห่อกันทั้งครอบครัวเราจะรอเวลาที่พ่อกับแม่เค้าไม่ว่าง ก็จะเอาหลานมาอยู่กับตัวเองเลย ซึ่งหลายคนก็แซวว่าเลี้ยงหลานยังขนาดนี้ จะเปลี่ยนใจกลับมามีลูกเป็นของตัวเองไหม เอมี่ ยังยืนยันคำเดิมว่าก็อยู่แบบนี้ดีแล้ว การมีลูกของตัวเองมันก็จะมีความเครียดแต่ถ้าเราเลี้ยงหลานมันก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง อย่างน้อยมันก็ไม่มีความกดดัน พอเราเป็นป้ามันก็รักเขาเหมือนลูกแหละ แต่ความเครียดก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อแม่เขาไป.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

ภาพ : amy_klinpratoom

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...