โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ข่าวดี! ช้างป่า ‘พลายหลง’ ฟื้นตัวแล้ว เร่งหาช่วยเหลืออีก 2 ตัว

เดลินิวส์

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 19.17 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 16.29 น. • เดลินิวส์
แจ้งข่าวดี

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายก้องเกียรติ เต็มตำนาน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 เปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า แม้พลายหลงจะปลอดภัยแล้ว แต่ภารกิจสำคัญยังไม่เสร็จสิ้น ทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการสุขภาพสัตว์ป่า ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว และชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วที่ 15, 16, และ 24 พร้อมอาสาสมัครในพื้นที่ ยังคงเดินหน้าค้นหาและติดตามอาการของช้างป่าบาดเจ็บอีก 2 ตัว คือ "พังจักกะแหล่น" และ "พลายหงส์ทอง" ที่ได้รับบาดเจ็บและกำลังอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านหนองมาตร ตำบลช้างทูน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ทีมกู้ภัยช้างป่าได้เผชิญกับภารกิจสุดท้าทายกลางป่าลึก โดยนายสิรวิชญ์ ทรัพย์เอนก สัตวแพทย์ปฏิบัติการ รายงานถึงการปฏิบัติงานที่เต็มไปด้วยอุปสรรค โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. ทีมงานใช้โดรนสำรวจบริเวณสวนยางพารา แต่ความหนาทึบของเรือนยอดไม้ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นช้างได้

กระทั่งเวลา 16.00 น. เสียงร้องของช้างดังขึ้นบริเวณเชิงเขา ทำให้ทีมงานสามารถระบุพิกัดใหม่ได้ และพบช้างป่าอย่างน้อย 3 ตัวกำลังออกหากิน แต่ด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นป่าไผ่ทึบ ยากต่อการเข้าถึง ทำให้การติดตามเป็นไปอย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ทีมงานเฝ้าระวังและติดตามอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 17.00 น. จนถึง 23.00 น. พบช้างป่ารวมแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ตัว แต่ท่ามกลางฝูงช้างเหล่านั้น ทีมงานยังไม่สามารถระบุได้ว่าตัวไหนคือ "พังจักกะแหล่น" หรือ "พลายหงส์ทอง" เนื่องจากช้างทั้งหมดอาศัยอยู่บนยอดเขาสูง และไม่มีการเคลื่อนที่ลงมาจนกระทั่งเวลา 01.00 น. ของวันที่ 29 มิถุนายน ทำให้ทีมงานต้องยกเลิกภารกิจค้นหาช้างในวันนั้นด้วยความเสียดายในเช้าวันนี้ 29 มิถุนายน เวลา 12.00 น. ทีมงานได้ติดตามร่องรอยของ "พลายหลง" อีกครั้ง และพบลูกดอกที่ใช้ในการรักษาตกอยู่ 1 ดอก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่า "พลายหลง" ยังคงวนเวียนอยู่ในพื้นที่ และอาการโดยรวมยังคงอยู่ในระยะเฝ้าระวัง

สัตวแพทย์ฝ่ายจัดการสุขภาพสัตว์ป่าชี้แจงว่า จากการสังเกตอาการบาดเจ็บของช้างป่าเหล่านี้ พบว่าเป็นภาวะเรื้อรังที่อาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ประกอบกับพื้นที่ที่ยากลำบาก ทำให้การเข้าไปรักษาช้างป่าด้วยวิธีปกติเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตาม สัตวแพทย์ประเมินว่าอาการของช้างอาจคงที่หรือค่อยๆ ดีขึ้นเองตามธรรมชาติได้ แต่ต้องใช้เวลา

ทีมเจ้าหน้าที่ทุกคนยังคงมุ่งมั่นและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดูแลช้างป่าบาดเจ็บในพื้นที่เป็นไปอย่างเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด นี่คือความมุ่งมั่นของกรมอุทยานฯ ที่จะดูแลและรักษาชีวิตสัตว์ป่าให้รอดพ้นจากอันตรายและสามารถดำรงชีวิตอยู่ในธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 ศรีราชา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...