โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

มิตซูฯลั่นขาย Xforce หมื่นคัน ชี้ลูกค้าเลือกดีไซน์-เทคโนโลยีตอบโจทย์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 14.56 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2568 เวลา 01.45 น.

มิตซูบิชิปลื้มยอดจอง รถบี-เอสยูวี มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เกินเป้า คาดทั้งปีขายทะลุหมื่นคัน ระบุชัดลูกค้าเลือกเพราะดีไซน์หน้าตาตอบโจทย์ ดันส่วนแบ่งตลาดปีนี้โตอีก 1.8% แย้มเตรียมนำเข้ารถยนต์ BEV ทดลองทำตลาด เจาะกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์

นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย ดูแลรับผิดชอบด้านการขายและบริการหลังการขาย รวมถึงสายงานการตลาด สายงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีนี้ว่า หลังจากเปิดตัวรถยนต์บี-เอสยูวี อย่างมิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส ไฮบริด (Xforce HEV) ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างดี

เห็นด้วยจากเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้จะต้องมียอดจองอย่างน้อย 3,000 คันนั้น ปรากฏว่าขณะนี้ได้บรรลุเป้าหมายไปแล้ว และคาดว่าจะสามารถทยอยส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าลอตแรกได้ภายใน 1-2 เดือนนับจากนี้

จากการตอบรับของลูกค้าเชื่อว่ามิตซูบิชิจะมียอดขายรถยนต์ เอ็กซ์ฟอร์ส ได้เดือนละกว่า 1,000 คัน และภายในระยะเวลา 1 ปี หรือ 12 เดือนหลังการเปิดตัว จะมียอดขายไม่น้อยกว่า 10,000 คัน

สาเหตุที่บริษัทมั่นใจว่าจะมียอดขายไปถึงเป้าหมายนั้น หลังจากได้ทำสำรวจความต้องการของลูกค้าพบว่า กลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจรถยนต์รุ่นนี้มีความชัดเจนและเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น ส่งผลให้แคแร็กเตอร์ของลูกค้าเปลี่ยนไปจากเดิมเป็นกลุ่มครอบครัว มีอายุเฉลี่ยลดลงเหลืออยู่ที่ 25 ถึง 35 ปี

ประกอบกับบริษัทยังพบว่ากลุ่มลูกค้าที่เข้ามาจองรถยนต์รุ่นนี้เป็นกลุ่มลูกค้าที่ตัดสินใจเปลี่ยนแบรนด์จากรถยนต์ยี่ห้ออื่นมาเป็นมิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส สูงถึง 50% และปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบทั้งภายนอกภายในของรถคันนี้ที่มีความสะดุดตาและโดนใจค่อนข้างชัดเจน

ขณะที่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ขนาด 7 ที่นั่ง ก็ยังเลือกใช้มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ไฮบริด เพื่อตอบโจทย์การใช้งาน

“เดิมเราคิดว่ารถทั้งสองรุ่นจะเข้ามากินตลาดระหว่างกัน แต่ปรากฏว่าหลังจากเปิดตัวและมีการสำรวจความต้องการของลูกค้า พบว่ารถทั้งสองรุ่นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่ลูกค้าให้ความสำคัญมากกว่า”

นายสาโรจน์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเป้าหมาย 10,000 คัน ภายในระยะเวลา 1 ปีนั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ขณะที่ยอดขายรถยนต์โดยรวม มิตซูบิชิประเมินว่าตลาดรถยนต์จะมีการเติบโตที่ลดลง หรือใกล้เคียงกับปี 2567 ที่ผ่านมา โดยมียอดขายอยู่ที่ 550,000-570,000 คัน

และบริษัทตั้งเป้าจะต้องมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 4.8% มียอดขายอยู่ที่ 27,318 คัน ขยับเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่ 6.6% และมียอดขายที่ 36,000 คัน และหวังว่ารถยนต์มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส จะเป็นรถสำคัญในการผลักดันให้ไปถึงเป้าหมายดังกล่าว

ขณะนี้จากภาพรวมของสภาพเศรษฐกิจยังถือว่าคาดเดาสถานการณ์ได้ค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะในส่วนของตลาดรถยนต์ปิกอัพขนาด 1 ตัน ที่อยู่ในภาวะการประคองตัว จากเดิมจะเห็นว่ายอดขายรถปิกอัพโดยรวมของประเทศไทยมีสัดส่วนอยู่ที่ 40% แต่ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายลดลงเหลือเพียง 28% เท่านั้น แม้ว่าจะมีมาตรการการส่งเสริมจากรัฐบาลเข้ามาช่วยสนับสนุน แต่เชื่อว่ายังจะต้องใช้ระยะเวลาอีกพอสมควร

อีกทั้งมาตรการความเข้มงวดของสถาบันการเงินที่พบว่ามีการปล่อยสินเชื่อของรถปิกอัพราว ๆ 30% เท่านั้น ส่วนรถบี-เอสยูวีอย่าง เอ็กซ์ฟอร์ส นั้นปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าสูงถึง 80%

ส่วนความชัดเจนในเรื่องการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ BEV นั้น หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทได้นำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทดลองศึกษาร่วมกับไปรษณีย์ไทย และภายในปีนี้บริษัทมีแผนจะนำเข้ารถยนต์ประเภทนี้เข้ามาจำหน่ายให้กับบริษัทด้านโลจิสติกส์เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้า

แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะเป็นจำนวนเท่าไหร่ แต่ที่แน่ ๆ จะเป็นการทำตลาดเฉพาะกลุ่มก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มิตซูฯลั่นขาย Xforce หมื่นคัน ชี้ลูกค้าเลือกดีไซน์-เทคโนโลยีตอบโจทย์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...