โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หากการเมืองพลิก “เอกชน” ย้ำชัดไม่เอา “รัฐประหาร”

อีจัน

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 18.15 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 11.15 น. • อีจัน

วันนี้ (19 มิ.ย.68) นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต เปิดเผยผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว (Isaras Rattanadilok) โดยระบุเป็นความเห็นของประชาชนคนหนึ่ง ต่อสถานการณ์ทางการเมือง

โดยข้อความระบุว่า #สงสารประเทศไทย ปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านเวลานี้ ดูเหมือนจะลุกลามบานปลายออกไปมากกว่าที่คิด หนทางการแก้ไขปัญหาก็ยิ่งดูแคบลง (แต่ก็ยังพอมีทางออก) แต่เท่านั้นยังไม่พอ

กระบวนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว ได้กลายมาเป็นประเด็นทางการเมืองภายในประเทศของไทยเสียเองอีก เพราะการพยายามหาทางออกของผู้นำฝ่ายไทย ที่เป็นการคุยส่วนตัว กับผู้นำทางจิตวิญญาณของเขา กลับถูกนำมาเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ จนเป็นประเด็นที่อ่อนไหวทางการเมือง อย่างยิ่งเวลานี้

ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งความเป็นผู้นำของประเทศไทย และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมืองของไทยได้ด้วย

ความมั่นคงทางการเมือง (ตามระบบแบบแผนของรัฐธรรมนูญและเป็นประชาธิปไตย) เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่ง ที่สร้างความเชื่อมั่นในทางเศรษฐกิจ ในหมู่มวลของนักลงทุนและนักธุรกิจทั่วไปทุกระดับ

ดังนั้น หากการเมืองในประเทศไม่มั่นคง ก็ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสืบเนื่องไปด้วยเช่นกัน

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร หากจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในทางการเมืองขึ้น ต่อจากนี้ไป ก็ขอให้เป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามระบบ มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงด้วยอำนาจนอกระบบ เช่น การรัฐประหาร ตามที่กลุ่มคนบางกลุ่มกำลังเรียกร้อง

ภาคเอกชน ต้องการให้ปัญหาทางการเมือง ถูกแก้ไขด้วยกลไกทางการเมืองตามครรลองเท่านั้น มิเช่นนั้น ภาพของโศกนาฏกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในช่วงเวลา 8-9 ปี ที่ปกครองด้วยวิธีการนอกระบบและนอกครรลอง จะกลับมาให้เห็นอีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าคงไม่มีใครต้องการเห็นภาพเหล่านั้นอีก

ทางเลือกของผู้นำประเทศในภาวะวิกฤติและภายใต้กติกาที่มีอยู่เวลานี้มีอยู่ 3 ทางเลือก คือ…

1. นายกฯยังคง ( กัดฟัน ) อยู่ในตำแหน่งต่อไป และปรับคณะรัฐมนตรี

2. นายกฯลาออก แล้วให้สภาเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่พร้อมคณะรัฐมนตรีใหม่เข้ามาทำหน้าที่นี้

3. ยุบสภา เพื่อให้ประชาชนเลือกผู้แทนของตัวเองใหม่และกลับมาเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

3 ทางเลือกนี้เท่านั้น ที่จะทำให้ประเทศยังพอที่จะเดินหน้าต่อไปได้ ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของโลกที่กำลังเผชิญอยู่เวลานี้

ทั้งปัญหาสงครามในตะวันออกกลาง ( อิสราเอล – อิหร่าน ) ปัญหาสงครามในยุโรบตะวันออก ( รัสเซีย – ยูเครน ) ปัญหาภาษี Trump ที่จะมีผลต่อประเทศไทยในต้นเดือนกรกฎาคม นี้แล้ว ปัญหาการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ลดน้อยลง

และรวมถึงปัญหาชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ที่ยังแก้กันไม่จบ จนส่งผลกระทบต่อรายได้จากการที่ส่งออก ที่อาจส่งผลกระทบไปถึงการเติบโตของ GDP ของประเทศในภาพรวมได้อีก

ปัญหาของประเทศไทยเวลานี้ ยังมิได้มีเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจเท่านั้น

ยังมีปัญหาทางสังคม ที่เป็นปัญหาอันส่งผลต่อศักยภาพของคนในประเทศอีกหลายประการที่รอการแก้ไข อาทิ ปัญหายาเสพติด ปัญหาการศึกษา

และที่จะลืมกันไม่ได้อีกประการหนึ่งคือ ปัญหากระบวนการทางการเมือง ของการได้มาซึ่ง สว.( สายสีน้ำเงิน ) ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมแล้ว

เราจึงหวังว่า การจัดการปัญหาทางการเมืองของไทยในช่วงเวลานี้ คงจะลุล่วงไปได้ ด้วยกติกาที่กำหนดไว้แล้วในรัฐธรรมนูญ

และสิ่งที่เราหวังมากที่สุดคือ ภายใต้วิกฤตการเมืองขณะนี้ จะทำให้เราได้ผู้นำประเทศ (รวมถึงคณะผู้ร่วมบริหารประเทศ – คณะรัฐมนตรี) ที่มีขีดความสามารถ มีวุฒิภาวะ มีธรรมาภิบาลเต็มเปี่ยม

ไม่มีการเมืองต่างตอบแทน ไม่มีการเมืองแบบอุปถัมภ์ แตกต่างจากคณะผู้บริหารประเทศ 2 ชุด ที่ผ่านมา อีกต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่มีคุณภาพ เข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ และนำพาประเทศฝ่าวิกฤตต่างๆครั้งนี้ไปได้ อย่างตลอดรอดฝั่ง ให้จงได้

จึงหวัง (อีกครั้ง) ว่าเสียงสะท้อนเล็กๆ นี้ จะดังไปถึงผู้ที่อยู่ในสมการทางการเมืองของไทยและรับฟังข้อเสนอนี้อย่างจริงจัง ถึงเวลาที่เราควรจะมีการเมืองและนักการเมืองแบบ “ธรรมาภิบาล” ได้แล้วครับ เพราะวิกฤติของประเทศยังมีอีกมาก ที่รอ“มืออาชีพ” เข้าไปแก้ไข…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...