โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สงขลา อีโอดีและพฐ.เร่งเก็บวัตถุพยาน สืบหาเจ้าของโดรนปริศนาที่ฝังดินไว้ 2 ลำ

77kaoded

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 15.08 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 07.31 น. • 77Kaoded

สงขลา-สะเดา เจ้าหน้าที่่ชุดเก็บกู้ระเบิดจากค่ายท่านมุก และหน่วยพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ตรวจสอบโดรนขนาดใหญ่ 2 ลำที่ถูกนำมาฝังดินไว้ใกล้แนวชายแดนไทยมาเลเซีย พบหลักฐานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติมเป็นเสียมและพลั่ว ขณะที่ยังไม่มีใครฟันธงว่าเป็นโดรนเพื่อใช้งานด้านใด ต้องรอผลพิสูจน์ที่ชัดเจนก่อนสรุป

13 มิ.ย.68 ความคืบหน้าเหตุการณ์พบโดรนขนาดใหญ่สองลำถูกนำไปฝังดินไว้ ที่บริเวณป่าริมถนนมอเตอร์เวย์ เส้นทางไปด่านศุลกากรแห่งใหม่สะเดา พื้นที่หมู่ 2 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ห่างจากเขตแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ประมาณ 2.5 กม.ซึ่งมีชาวบ้านไปพบหลุมต้องสงสัยที่ขุดฝังกลบใหม่ๆจึงแจ้งให้ทางผู้ใหญ่บ้านทราบ เพราะสงสัยว่าอาจเป็นหลุมศพ ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ในช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝ่ายความมั่นคง ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดีของกองกำกับการ 9 กองบังคับการฝึกพิเศษ ค่ายท่านมุก ศูนย์พิสูจน์หลักฐานตำรวจ ร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ทหารจากศูนย์ฝึกยุทธวิธี อ.นาทวี มณฑลทหารบกที่ 42 ฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา ตำรวจภูธรสะเดา และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ร่วมกันลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบโดนทั้งสองลำที่ถูกฝังดินไว้ยังจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งบริเวณหลุมพบ เสียมและฆ้อน ถุงมือ ซองบุหรี่ และขวดน้ำ ซึ่งคาดว่าเป็นของกลุ่มคนที่มาขุดหลุมฝังโดรนทั้งสองลำ รวมทั้งพลั่วอีก 2 ด้ามในจุดที่ห่างออกมาจากบริเวณหลุมประมาณ 15 เมตรพบซุกอยู่ในพงหญ้าใต้กอไม้เล็กๆ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำรถเจซีบี เข้าทำการเกลี่ยพื้นที่โดยรอบหลุม ก่อนขุดด้านข้างกล่องเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าทำการเก็บรายละเอียด ต่างๆ ก่อนใช้รถเจซีบียกกล่องโดรนขึ้นมาและจากการตรวจสอบตัวเครื่องของโดรนทั้งสองลำ ซึ่งมีลำใหญ่ 1 ลำและเล็ก อีก1 ลำ พบว่าเลขหมายประจำตัวเครื่องถูกขูดออก โดยผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลว่าสมรรถนะของโดรนทั้งสองลำสามารถบินได้ 40-45 นาที ใช้ขนของหนักได้ราว 20-30 กิโลกรัม บินไกล 10-20 กิโลเมตร ความสูงในการบินประมาณ 800 เมตร

ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานและชุดอีโอดีได้ทำการเก็บวัตถุพยานและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อไปตรวจหาดีเอ็นเอไว้เป็นพยานหลักฐานเป็นเบื้องต้น ก่อนนำโดรนทั้ง 2 ลำไปยัง สภ.สะเดา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานได้เก็บหลักฐานในส่วนของตัวเครื่องโดยละเอียดอีกครั้ง

มีข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า พบเห็นโดรนบินไปมาระหว่างแนวพรมแดนไทยกับมาเลเซียมาสักพัก โดยมักจะบินในช่วงเช้ากับช่วงเย็น แต่ไม่ทราบว่าเป็นโดรนของใคร ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทยมาเลเซีย กำลังเร่งหาเบาะแสของผู้ที่นำโดรนทั้งสองลำมาฝังดินไว้ เพื่อเรียกตัวมาสอบสวนตามขั้นตอน แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถให้รายละเอียดได้ว่าโดรนจะถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร แต่คาดว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่ผิดกฎหมายค่อนข้างแน่นอน ทั้งนี้จะสามารถสรุปได้เมื่อผลพิสูจน์จาก สพฐ. ออกมาเสียก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...