โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รองนายกฯ ประวิตรสั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบน้ำมันรั่ว จ.ระยอง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 17 ก.พ. 2565 เวลา 05.43 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 05.43 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 17 ก.พ.- “พลเอกประวิตร” เป็นประธานประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ สั่งทุกหน่วยงานเร่งเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำมันรั่วกลางทะเล จ.ระยอง

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2565 โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมการและเลขานุการ และ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ พร้อมกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และผ่านระบบ VDO conference

ที่ประชุมรับทราบสถานการณ์การแก้ไขปัญหาน้ำมันรั่วไหลกลางทะเลจังหวัดระยองซึ่งพลเอประวิตรสั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เสียหายให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม

จากนั้น ได้มีการพิจารณารายงาน EIA จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการรถไฟฟ้ารางเดี่ยวสายสีเทา ระยะที่ 1 วัชรพล-ทองหล่อ ของกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนรอง อำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยเชื่อมโยงกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว (2) โครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามา-ธนารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ ของกรมธนารักษ์เพื่อให้ผู้สูงอายุมีที่พักอาศัยพร้อมอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมสำหรับการดำรงชีวิต มีระบบการดูแลรักษาสุขภาพและสวัสดิการอื่น ๆ แบบครบวงจร (3) โครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ ตาก 2 - แม่สอด ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และ (4) โครงการก่อสร้างทางวิ่งและทางขับที่ 2 สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ของกองทัพเรือ และสำนักงาน EEC เพื่อสนับสนุนการพัฒนา EEC รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยของสนามบินและความมั่นคง

ทั้งนี้เจ้าของโครงการ ต้องดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดในรายงานฯ อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งรับความเห็นของคณะกรรมการฯ ไปดำเนินการ และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป และยังได้พิจารณาเรื่องเชิงนโยบายที่สำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ (1) กรอบท่าทีไทย และหลักการต่อร่างปฏิญญาระดับรัฐมนตรีและทางการเมือง ในการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 5 ช่วงที่ 2และการประชุมสมัยพิเศษ เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (2) การพิจารณากรอบการเจรจาและท่าทีของประเทศไทยในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญามินามาตะ สมัยที่ 4 และร่างปฏิญญาบาหลีว่าด้วยการต่อต้านการค้าปรอทอย่างผิดกฎหมายทั่วโลก และ (3) การกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากสถานที่ฝังกลบมูลฝอยอย่างถูกหลักสุขาภิบาล เพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงสุขลักษณะการจัดการมูลฝอยทั่วไป พ.ศ. 2560.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...