โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘KANORI Hand roll bar’ ย้ำภาพ ‘แฮนด์โรลเจ้าแรกในไทย’ กวาดยอดขาย 300 ล้านบาท ตั้งเป้าโตอีก 20% ปีนี้เล็งเปิดสาขาเพิ่ม!

Positioningmag

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 06.05 น.

ความนิยมของอาหารญี่ปุ่นในบ้านเราเติบโตไม่หยุด สะท้อนจากตัวเลขผลสำรวจจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศ ไทยปี 2567 จากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ ‘เจโทร กรุงเทพฯ’ ที่ระบุเอาไว้ว่า จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยมีทั้งหมด 5,916 ร้าน เพิ่มขึ้น 165 ร้าน มีอัตราเพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
แนวโน้มการเติบโตของร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ 3 พี่น้องตระกูลกอบกุลสุวรรณ ทั้ง นายปณิธาน, นายปณิธิ และนางสาวปวิตรา กอบกุลสุวรรณ ตัดสินใจเปิดร้านญี่ปุ่นแฮนด์โรลแนวฟิวส์ชัน ที่นำเอาอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียกว่า เทมากิซูชิ เปิดในไทยเป็นครั้งแรก! เมื่อปี 2566 ภายใต้ชื่อ ‘KANORI Hand roll bar’ โดดเด่นด้วยการทำแฮนด์โรลสดใหม่จากหน้าเคาน์เตอร์บาร์ โดยใช้วัตถุดิบพรีเมียมนำเข้าแทบทั้งหมด ทั้งยังตอบโจทย์เรื่องความสะดวกรวดเร็วเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อีกด้วย
นายปณิธิ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจเปิดร้านในวันที่คนไทยยังไม่รู้จัก และยังใหม่มากสำหรับในประเทศไทย ซึ่งถือว่าท้าทายมากเพราะเราต้อง Educate ลูกค้าเกี่ยวกับแฮนด์โรลด้วย รวมถึงมองเห็นเทรนด์การกินอาหารญี่ปุ่นในไทยที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้องการวางจุดยืนเป็น ‘First Mover’ ในตลาด อีกทั้งครอบครัวมีความชอบรับประทานอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว หลังจากทดลอง R&D และมีการพัฒนาสูตรข้าวปั้น รวมถึงกรรมวิธีการทำเรื่อยมา จึงตัดสินใจประเดิมสาขาแรกบริเวณซอยสุขุมวิท 49 ผลปรากฏว่า ได้รับกระแสตอบรับที่ดีตั้งแต่เปิดร้าน จนถึงตอนนี้ ‘KANORI Hand roll bar’ ใช้เวลาเพียง 1 ปีครึ่ง ขยายร้านไปถึง 4 สาขา ได้แก่ สาขาสุขุมวิท 49, สาขาเอ็มควอเทียร์, สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และสาขาล่าสุดที่ ไอคอนสยาม


“เราอยากทำสิ่งใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยทำมาก่อน วิธีคิดและการทำงานจึงไม่ได้ใช้เพียงตำราเดิม แต่ยังล้อไปกับโลกปัจจุบันเพื่อให้ได้วิธีคิดที่สดใหม่มากขึ้น พูดได้ว่า ร้าน ‘KANORI Hand roll bar’ คือ First Mover ในตลาดแฮนด์โรลเมืองไทย”
สำหรับตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทยโดยเฉพาะแฮนด์โรลนั้น นางสาวปวิตรามองว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการต้องเจอกับการแข่งขันเรื่องราคาอย่างดุเดือด คนไทยมองเรื่องความคุ้มค่า หรือ ‘Reasonable Price’ มากขึ้น ทั้งยังต้องมาพร้อมกับความง่าย ไม่มีแบบแผนขั้นตอนมากมาย ด้วยรสชาติ วัตถุดิบพรีเมียม และจุดแข็งเรื่องความสะดวกรวดเร็วของแฮนด์โรล จึงเชื่อว่า ‘KANORI Hand roll bar’ จะเติบโตสอดคล้องไปกับเทรนด์การกินของคนไทยอย่างแน่นอน
“กลยุทธ์ที่ทำให้ร้านเราประสบความสำเร็จในฐานะแฮนด์โรลเจ้าแรกในไทย และยังสามารถขยายได้ 4 แห่ง มาจากการศึกษาอินไซต์ผู้บริโภค รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ไม่ได้มองที่ตัวเลขเรื่องกำไรมาเป็นอันดับต้น ๆ แต่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าที่ลูกค้าได้รับกลับไป เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เกิดการกลับมากินซ้ำ โดยร้านแฮนด์โรลบาร์ของเรามีกลิ่นอายกึ่ง ๆ โอมากาเสะที่มาในราคาจับต้องได้ สามารถมาทานเป็นครอบครัว ลูกค้าเราจึงมีตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีบริการส่งตรงถึงบ้านแบบเดลิเวอรี่ โดยที่ยังคงความสดสะอาดจากวัตถุดิบพรีเมียม รวมถึงสาหร่ายที่ยังคงความกรอบไม่ต่างจากการนั่งรับประทานที่ร้าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความพิเศษของร้านเรา”


นายปณิธาน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ส่วนอนาคตของ ‘KANORI Hand roll bar’ หลังจากนี้ในไตรมาส 3 มีแผนที่จะเปิดสาขาเพิ่ม โดยมองหาโลเคชันที่เป็นห้างสรรพสินค้าไฮเอนด์ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก รวมถึงตามหัวเมืองใหญ่เพิ่มเติม เพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นได้สัมผัสความอร่อย-สดใหม่ได้ครบถ้วนมากขึ้น ซึ่งผ่านมาสามารถสร้างรายได้กว่า 300 ล้านบาท และในปี 2568 ตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ ธุรกิจร้าน ‘KANORI Hand roll bar’ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ไทยสากล เอสเตท จำกัด ซึ่งนอกจากร้านแฮนด์โรลแล้วยังมีธุรกิจอีกสามส่วน ได้แก่ Kay’s โดดเด่นเรื่องอาหารเช้าสไตล์บรันช์ Day by Kay’s โดดเด่นด้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ และโรงแรม K Maison โดดเด่นด้านการผสมผสานเอกลักษณ์ของท้องถิ่นเข้ากับความโมเดิร์นได้ลงตัว
สำหรับใครที่สนใจอยากรับประทานแฮนด์โรลคุณภาพพรีเมียมในบรรยากาศโอมากาเสะ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Website: www.kanorihandroll.com, Facebook: Kanori ,IG: kanorihandroll
#Kanori #KanoriHandRollBar #KanoriOriginalHandRoll #KanoriNumber1 #KanoriOriginalinThailand

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...