โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

MK GROUP เผยปี 67 รายได้รวม 15,418 ล้านบาท Net Profit Margin 9 - 10% ไฟเขียวปันผล 1.50 บาท/หุ้น พร้อมเร่งขยายช่องทางค้าปลีกไกลทั่วโลก

Share2Trade

อัพเดต 27 ก.พ. 2568 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 02.27 น. • Share2Trade

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK GROUP และบริษัทย่อย รายงานผลดำเนินการปี 2567 มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 15,418 ล้านบาท ซึ่งลดลงร้อยละ 7.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลงจากค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงในธุรกิจร้านอาหาร ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารเชนในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ในปี 2568 ทางบริษัทมีการปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ ๆ ที่มีความคุ้มค่าและคงคุณภาพ เพื่อเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ให้มากขึ้น และดึงดูดความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภค ขณะที่ธุรกิจรีเทลมีการเตรียมแผนการขยายช่องทางทั่วโลก และมองหาโอกาสในการเติบโตจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ อย่างไรก็ตามทางบริษัทยังมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับต่ำที่ 0.41 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพการเงินของบริษัทที่ยังคงแข็งแรงและมั่นคง อีกทั้งยังรักษาอัตราส่วนกำไรสุทธิอยู่ในเกณฑ์ดี 9-10% แสดงถึงการบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ซึ่ง MK GROUP ยังอนุมัติการจ่ายเงินปันผล 1.50 บาท ต่อหุ้นอีกด้วย

S__11157519_11zon.jpg

ในส่วนของธุรกิจร้านอาหาร ทางบริษัทได้มองหาโอกาสในการเติบโตจากธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อเข้ามาเสริมทัพให้พอร์ตธุรกิจแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งการเปิดตัว HIKINIKU TO COME (ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ) ร้านแฮมเบิร์กเจ้าดังจากประเทศญี่ปุ่น นำเข้ามาเปิดในไทยเป็นสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ จนได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก สร้างยอดขายพุ่งแรง คาดว่ามีโอกาสเติบโตและขยายได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทางบริษัทเองก็ยังคงเปิดโอกาสในการมองหาการลงทุนใหม่ ๆ เพื่อเข้ามาเสริมพอร์ตธุรกิจให้แข็งแรงขึ้นอีกอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจรีเทลที่มีความโดดเด่นคือ น้ำจิ้มสุกี้ MK ซึ่งมีการวางจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการวางจำหน่ายไปทั่วโลก ทั้งโซนเอเชีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ยุโรป, อเมริกาเหนือ, ออสเตรเลีย, ตะวันออกกลาง โดยอนาคตมีแผนการเพิ่มรูปแบบสินค้าใหม่ และขยายช่องทางวางจำหน่ายเพิ่มในอีกหลากหลายประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางบริษัทมีการวางแผนอย่างรัดกุมและมีกำลังการผลิตที่เพียงพอต่อการขยายด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ในส่วนของธุรกิจร้านอาหาร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือทั้งหมด 13 แบรนด์

โดยร้าน MK Restaurants มีสาขาทั้งหมด 432 สาขา, MK Live 4 สาขา, MK Gold 5 สาขา, YAYOI 191 สาขา, แหลมเจริญ ซีฟู้ด 40 สาขา, HIKINIKU TO COME 1 สาขา, HAKATA Ramen 1 สาขา, MIYAZAKI 8 สาขา,

เลอ สยาม 3 สาขา, ณ สยาม 1 สาขา, BIZZY BOX (Grab&go) 2 สาขา, LE PETIT 3 สาขา, Multi Brand 1 สาขา (โมเดลร้านอาหารในเครือรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ความสะดวกและความชอบที่หลากหลาย) และสาขาแฟรนไชส์ MK Restaurants ในต่างประเทศ คือ ญี่ปุ่น 24 สาขา, เวียดนาม 4 สาขา, ลาว 3 สาขา และสาขาแฟรนไชส์

แหลมเจริญ ซีฟู้ด ในต่างประเทศ คือ มาเลเซีย 4 สาขา และ MIYAZAKI ที่ประเทศลาว 1 สาขา โดยมีแผนการขยายธุรกิจแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งธุรกิจในเครือ คือ M SENKO ที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์ ในกลุ่มสินค้าควบคุมอุณหภูมิแบบครบวงจร ด้วยบริการคลังสินค้าและบริการขนส่งสินค้าแช่เย็น แช่แข็ง โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2567 ได้รับความไว้วางใจจากหลากหลายกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก ทั้งการขนส่งวัตถุดิบสดใหม่ให้กับร้านอาหารชื่อดัง, ผลิตภัณฑ์แช่เย็น แช่แข็งที่ถูกจัดส่งให้กับร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ส่งผลให้ธุรกิจสร้างกำไรเพิ่มขึ้นให้กับบริษัท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...