โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำนาน “โรมูลุส-เรมุส” บุตรแห่งหมาป่า สู่พระบิดาแห่งกรุงโรม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2568 เวลา 08.29 น.

ข่าวการคืนชีพ “ไดร์วูลฟ์” (Direwolf) หรือหมาป่าโลกันตร์ โดย บริษัท Colossal Biosciences โด่งดังไปทั่วโลก เพราะนี่คือการคืนชีพสัตว์โบราณที่สูญพันธุ์ไปเมื่อ 10,000 ปีก่อนให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยเทคโนโลยีการตัดต่อพันธุกรรม เป็นก้าวอันยิ่งใหญ่ของวงการวิทยาศาสตร์ด้านพันธุกรรมศาสตร์

ไดร์วูลฟ์เหล่านี้มีทั้งหมด 3 ตัว น้องเล็กสุดมีอายุเพียง 2 เดือน คือ คาลีซี(Khaleesi) กับพี่ ๆ ที่เป็นหมาป่าชุดแรกซึ่งมีอายุครบ 6 เดือนแล้ว ชื่อ โรมูลุส(Romulus) กับ เรมุส(Remus) เกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567

ชื่อของเจ้า 2 ตัวแรกค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เชื่อได้ว่าคนตั้งชื่อจงใจผูกพวกมันชื่อเข้ากับตำนานกำเนิดกรุงโรมของชาวโรมัน เพราะโรมูลุส-เรมุส ก็คือมนุษย์ที่ถูกแม่หมาป่าเลี้ยงดูก่อนจะกลายเป็นผู้สถาปนากรุงโรม มหานครแห่งโลกยุคโบราณที่สถาปนาขึ้นเมื่อ 753 ปีก่อนคริสกาล ณ บริเวณเนินเขาพาลาไทน์ ใจกลางคาบสมุทรอิตาลี

เรียกว่า 1 ใน 2 คนนี้ คือปฐมกษัตริย์ “พระบิดา” แห่งกรุงโรมก็ว่าได้

ตำนาน “โรมูลุส-เรมุส”

เรื่องราวของโรมูลุสกับเรมุสแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกับตำนานข้างต้น ทั้งคู่เป็นลูกชายฝาแฝดของ เจ้าหญิงรีอา ซิลเวีย(Rhea Silvia) มีตาคือ นูมิเตอร์(Numitor) กษัตริย์แห่งอัลลา ลองกา เมืองโบราณอีกเมืองในอิตาลี

ก่อนทั้งคู่จะถือกำเนิดในครรภ์ของรีอา กษัตริย์นูมิเตอร์ถูกพี่ชายแท้ ๆ ชื่อ อะมูลิอุส (Amulius) ยึดอำนาจไป เขาสังหารรัชทายาท (พี่ชายของรีอา) แล้วขับไล่หลานสาวของตนไปเป็นนักบวชหญิงทำงานในวิหารเทพีเวสตา (Vesta) เทพีผู้อุปถัมภ์เตาไฟและการครองเรือน คอยทำหน้าที่ดูแลไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีวันดับ ซึ่งมีแค่หญิงพรหมจารีเท่านั้นที่ทำหน้าที่ดังกล่าวได้

แล้ว รีอา ซิลเวีย มีบุตรได้อย่างไร ? ตำนานเล่าว่า เธอไม่ได้มีสัมพันธ์กับมนุษย์หน้าไหนทั้งสิ้น แต่เป็นเทพเจ้า มาร์(Mars) หรืออาเรส เทพแห่งสงคราม (บางตำนานว่าเป็น เฮอร์คิวลีส วีรบุรุษลูกครึ่งเทพเจ้า-มนุษย์) ผู้บันดาลลูกชายฝาแฝดเข้าท้องของรีอา โดยที่เธอไม่ได้แปดเปื้อนมลทินใด ๆ

เมื่อจอมทรราชอะมูลิอุสจับได้ว่ารีอาให้กำเนิดลูกชาย เขาไม่กล้าสังหารเด็ก ๆ ให้มือเปื้อนเลือดโดยตรง เพราะกลัวพิโรธเทพเจ้า จึงสั่งให้เอาทั้งคู่ไปฝังทั้งเป็น ทิ้งกลางแดด หรือไม่ก็โยนลงแม่น้ำไทเบอร์ แต่คนรับใช้เกิดสงสารเด็กแฝดขึ้นมา จึงฝ่าฝืนคำสั่งด้วยการวางทั้ง 2 คนลงบนกะกร้าแล้วปล่อยให้สายน้ำพัดพาไป

เทพแห่งแม่น้ำไทเบอร์ยังบันดาลสายน้ำอันเชียวกรากสงบลง ตะกร้าจึงลอยไปเรื่อย ๆ จนไปติดอยู่กับรากของต้นมะกอกที่ขึ้นริมน้ำ จังหวะเดียวกับที่มี “หมาป่าเพศเมีย”ซึ่งอาศัยอยู่แถบเนินเขาพาลาไทน์มาพบทั้งคู่เข้าแล้วเกิดเอ็นดู รับเด็ก ๆ มาเลี้ยงและคอยให้นมจนทั้งคู่รอดตาย

การปรากฏตัวของแม่หมาป่า (ภาษาละตินเรียก Lupa) นับเป็นฉากสำคัญของตำนานเรื่องนี้ เพราะหากไม่ได้นาง โรมูลุส-เรมุส ที่อิดโรยคงอดตายไปแล้ว และกรุงโรมคงไม่อุบัติขึ้นบนโลก

แม่หมาป่าเลี้ยงดูทั้งคู่อยู่ระยะหนึ่งจนมีคนเลี้ยงแกะมาพบพวกเขาและเก็บมาเลี้ยงดู โรมูลุส-เรมุสจึงโตเป็นหนุ่มในฐานะคนเลี้ยงแกะ จนเมื่อได้รู้ภูมิหลังของตนเองก็เจ็บแค้นอะมูลิอุส ร่วมกันสังหารจอมทรราชและถวายคืนบัลลังให้พระอัยกานูมิเตอร์เป็นผลสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ฝาแผดไม่ต้องการสิทธิสืบราชบัลลังก์อัลบา ลองกา พวกเขาเลือกออกไปสร้างบ้านสร้างเมืองของตนเอง ด้วยการเดินทางไปทางตะวันออกของแม่น้ำไทเบอร์ ดินแดนที่พวกเขาเติบโตขึ้นมา โรมูลุสอยากสร้างเมืองที่เนินเขาพาลาไทน์ ที่อยู่ของแม่หมาป่า แต่เรมุสไม่เห็นด้วย เขาอยากสร้างเมืองที่เนินเขาอเวนไทน์ ทางใต้ของเนินเขาทั้ง 7 ลูกมากกว่า

สุดท้ายความขัดแย้งของทั้งคู่ลุกลามใหญ่โต ถึงขั้นเลือกประลองกันแบบเดิมพันด้วยชีวิต บทสรุปของเรื่องราวน่าเศร้านี้คือ โรมูลุสเป็นฝ่ายชนะ เขาสังหารแฝดของตนได้ บรรลุวัตถุประสงค์ที่จะสร้างเมืองบนถิ่นของแม่นมผู้ชุบเลี้ยงตนในวัยเยาว์และกลายเป็นปฐมกษัตริย์แห่งโรม

ชื่อของเขายังเป็นที่มาของคำว่า Romaหรือ “โรม” (Rome) และสัญลักษณ์แม่หมาป่าให้นมเด็ก 2 คน ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองของโรมมานับแต่นั้น

ย้อนกลับมาเรื่องไดร์วูลฟ์กันอีกหน่อย แม้ลักษณะทางกายภาพของลูกหมาทั้ง 3 จะค่อนข้างเด่นชัดว่าพวกมันต่างจากหมาป่าสายพันธุ์อื่น ๆ แต่ยังมีข้อสังเกตอยู่ว่าการใช้ยีนของหมาป่าสีเทา (Gray Wolf) เครือญาติที่ยังอยู่ในโลกยุคปัจจุบัน มาสกัดและดัดแปลงจนรหัสพันธุกรรมเหมือนไดร์วูลฟ์ ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าพวกมันเหมือนบรรพบุรุษที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อหมื่นปีก่อนแบบ 100%

ถึงอย่างนั้น ชื่อโรมูลุสกับเรมุส ไดร์วูลฟ์ 2 ตัวแรกในรอบหมื่นปี นับเป็น “สัญญะ” ทรงพลังที่ “ล้อ” ไป-มาระหว่างปรัมปราโบราณกับวิทยาการสมัยใหม่ เพราะจากที่มนุษย์เคยถูกหมาป่าเลี้ยงดู ตอนนี้เรามาไกลถึงขึ้นคืนชีวิตให้เครือญาติอันเก่าแก่ของพวกมันฟื้นจากภาวะสูญพันธุ์ได้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ. โลงหินของพระบิดาแห่งกรุงโรม?. มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับ 28 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2563. จาก https://www.matichonweekly.com/column/article_282717

เพจ ไดโนเสาร์เล่าแบบไทยๆ . Colossal Biosciences ทำได้ การคืนชีพของไดร์วูลฟ์. วันที่ 8 เมษายน 2568. จาก http://facebook.com/photo?fbid=1236693985129441&set=a.191987626266754

Brittany Garcia, World History Encyclopedia. Romulus and Remus. Apr 18, 2018. From http://worldhistory.org/Romulus_and_Remus/

Jeffrey Kluger, Time.. The Return Of The Dire Wolf. Apr 7, 2025. From https://time.com/7274542/colossal-dire-wolf/

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 เมษายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตำนาน “โรมูลุส-เรมุส” บุตรแห่งหมาป่า สู่พระบิดาแห่งกรุงโรม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...