โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ถึงเวลาเก็บหรือยัง? เมื่อ 7 หุ้นนางฟ้าย่อตัว

Share2Trade

อัพเดต 13 มี.ค. 2568 เวลา 04.43 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 08.00 น. • Share2Trade

แน่นอนว่าหากพูดถึงหุ้นต่างประเทศที่ตัวปรับขึ้นได้อย่างร้อนแรงในปีที่ผ่านมา จะต้องมี 7 หุ้นนางฟ้า หรือบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั้ง 7 บริษัท ได้แก่ Apple, Microsoft, Alphabet (Google), Amazon, Nvidia, Tesla และ Meta ที่ทรงอิทธิพลต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ติดอยู่ลิสต์ของนักลงทุนหลายๆคน
แต่อย่างไรก็ดี เมื่อตลาดหุ้นต้องเผชิญกับแรงกดดันต่างๆนานา ก็ย่อมส่งผลให้กลุ่มหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นได้ ก็ต้องเจอกับช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่ม 7 หุ้นดังกล่าว ซึ่งคำถามสำคัญจากนักลงทุนก็คือเมื่อราคาหุ้นลงมาจะเป็นโอกาสให้ลงทุนได้หรือไม่

ถึงเวลาเก็บหรือยัง_WS (เว็บ).jpg

ดังนั้น ในวันนี้ทางสำนักข่าว Share2Trade จึงอยากจะพาไปหาคำตอบกัน ผ่านมุมมองจากผู้เชี่ยวอย่างนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มานำเสนอให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุน

โดยเริ่มกันที่ Tesla inc. หรือ TSLA ที่ราคาหุ้นตัวลงแรงมากที่สุดจากต้นปีหรือกว่า 42% มาอยู่ที่ 230.58 ดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านมุมมองจากนักวิเคราะห์ประเมินว่า ระยะสั้นราคาหุ้นยังคงผันผวนได้ หลังมีดาวน์ไซด์จากภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่สูง, ผลประกอบการที่ชะลอตัวและการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ซึ่งทําให้การปรับตัวของราคาหุ้นเป็นไปตามความคาดหวังมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน

สำหรับแนวโน้มธุรกิจยานยนต์จะกลับมาเติบโตในปี 68 ส่วนอัตรากําไรขั้นต้นทั้งปีอาจปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 67 โดยครึ่งหลังของปีจะได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพหลังการปรับปรุงโรงงานในไตรมาส 1 ด้านหุ่นยนต์ Optimus พร้อมสําหรับการผลิตนําร่อง

ต่อมา NVIDIA Corporation หรือ NVDA จากต้นปีถึงปัจจุบันได้ปรับตัวลง 19% มาอยู่ที่ 108.76 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยนักวิเคราะห์ให้มุมมองว่า ระยะสั้นราคายังมีความผันผวนได้จากความกังวลประเด็น DeepSeek และความเสี่ยงการควบคุมชิปที่เข้มงวดขึ้นของสหรัฐฯ แต่เราประเมินว่าราคาปรับตัวลงและรับรู้ความกังวลไปพอสมควร จึงแนะทยอยสะสมหลังแนวโน้มธุรกิจโตแกร่ง

ในส่วนธุรกิจแนวโน้มการเติบโตยังคงดีหนุนจากความต้องการ AI เป็นหลัก โดยการลงทุน Data Center ของกลุ่มเทคฯใหญ่ เช่น MSFT AMZN และรัฐฯสหรัฐฯในโครงการ Stargate ยังคงมีปริมาณที่สูงซึ่งจะทําให้ความต้องการชิปประมวลผลยังคงดี ขณะที่ความต้องการ AI และเทคฯที่พัฒนาทําให้บริษัทหลายแห่งต้องการทํา Partner ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้ที่จะสนับสนุนการเติบโต

ถัดมา Alphabet Inc. หรือ GOOGL จากต้นปีถึงปัจจุบันได้ปรับตัวลงมา 13% มาอยู่ที่ 164.04 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งนักวิเคราะห์ให้มุมมองว่า ในระยะสั้นราคาหุ้นยังคงมีความผันผวนได้จากความเสี่ยงกฎระเบียบที่ยังคงเป็นปัญหากดดัน อย่างไรก็ดีเชื่อว่าแนวโน้ม Ads ที่ฟื้นตัวและตําแหน่งธุรกิจที่ได้ประโยชน์จาก AI จะเป็นแรงสนับสนุนสําคัญที่ทําให้ราคาหุ้นปรับขึ้นได้

Apple Inc. หรือ AAPL จากต้นปีถึงปัจจุบันได้ปรับตัวลงมา 11% มาอยู่ที่ 220.84 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยนักวิเคราะห์ให้มุมมองว่า ระยะสั้นมองดาวน์ไซด์เริ่มจํากัดหลังมีการออกสินค้าใหม่และพัฒนาระบบนิเวศน์ให้ครบวงจร อย่างไรก็ดีในฝั่งอัพไซด์ก็ถือได้ว่ายังคงมีแรงกดดันจากการแข่งขันและยอดขายที่ชะลอตัว จึงแนะเก็งกําไรในช่วงที่ราคาย่อตัว

สำหรับการส่งเสริมระบบนิเวศน์ให้ครบวงจรจะเป็นแรงสนับสนุนผลประกอบการในระยะถัดไป โดยบริษัทเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้ง MacBook Air, Mac Studio, iPad Air และ iPad รุ่นพื้นฐาน ซึ่งภาพรวมมีราคาถูกกว่ารุ่นเดิมและมีการเปลี่ยนชิปเป็นของ AAPL เองเพื่อให้รองรับการใช้งาน AI ได้เร็วขึ้นและสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์จะช่วยชดเชยยอดขายสินค้าเก่าที่ซบเซา

Amazon.com Inc. หรือ AMZN จากต้นปีถึงปัจจุบันได้ปรับตัวลงมา 10% มาอยู่ที่ 196.59 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทางด้านนักวิเคราะห์ประเมินว่ามองราคาหุ้นย่อตัวลงในช่วงนี้เป็นโอกาสในการลงทุนที่ดีหลังเชื่อว่าปัจจัยพื้นฐานยังดีจากแผนการควบคุมต้นทุนและการเปลี่ยนจุดโฟกัสธุรกิจไปยังคลาวด์ที่มีแนวโน้มโตดีจาก AI รวมถึงมองชดเชยแรงกดดันจากธุรกิจคอมเมิซที่มีความเสี่ยงจากนโยบายทรัมป์ได้

สำหรับภาพรวมงบยังเติบโต โดยเฉพาะคอมเมิซที่แนวโน้มยังคงดีจากความต้องการผู้บริโภคในสินค้าลดราคาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถเห็นได้จาก Buy Now Pay Later ของ AFRM ที่ให้แนวโน้มเติบโตดี โดยเราคาดว่าแนวโน้มนี้จะยังดําเนินต่อในปี 68 หลังกําลังซื้อของผู้บริโภคยังมีแรงกดดัน ทําให้การจับจ่ายอาจจะต้องอาศัยส่วนลดและราคาถูก

Microsoft Corporation หรือ MSFT จากต้นปีถึงปัจจุบันได้ปรับตัวลงมา 9% มาอยู่ที่ 3801.45 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งนักวิเคราะห์ให้มุมมองว่าราคาหุ้นปรับตัวลงและรับรู้ความกังวลประเด็น DeepSeek ไปพอสมควร ทําให้มองเป็นโอกาสในการลงทุนที่ดีเพื่อคาดหวังการเติบโตในปี 2568 ที่มาจากการรับรู้รายได้ค่าบริการ AI รวมถึงเป็นผู้นําในธุรกิจคลาวด์และมีระบบนิเวศน์ที่ครบวงจร

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในปี 68 จะยังคงมีการเติบโตสม่ำเสมอในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีความสามารถในการแข่งขันที่เด่นจากคู่แข่ง โดยเฉพาะในส่วนของ AI และ Cloud ความต้องการ AI มองได้รับประโยชน์จากความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะช่วยหนุนค่าบริการ AI ได้ นอกจากนี้การลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นยังคงคาดช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและคาดว่าจะสร้างรายได้จาก AI ได้ในระยะถัดไป และ Office 365 ยังคงเติบโตจากการเพิ่มจํานวนผู้ใช้และการอัพเกรดแพ็คเกจ

สุดท้าย Meta platforms inc. หรือ META เป็นเพียงบริษัทเดียวที่จากต้นปีถึงปัจจุบันได้ปรับตัวขึ้นมา 3% มาอยู่ที่ 605.71 ดอลลาร์สหรัฐฯ ระยะสั้นเชื่อว่าแนวโน้มการเติบโตของงบที่มาจาก AI และ Ads จะเป็นปัจจัยสําคัญที่สนับสนุนราคาหุ้นได้ หากราคาหุ้นที่ย่อตัวเป็นจังหวะในการเก็งกําไรที่ดี อย่างไรก็ดียังไม่ชอบแนวโน้มธุรกิจในระยะกลาง-ยาวหลังมองมีการแข่งขันสูง

ด้านภาพรวมยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องหนุนจาก AI และ Ads เป็นสําคัญ รวมถึงมองผลกระทบจาก DeepSeek ที่ค่อนข้างจํากัด ทําให้ภาพรวมเชื่อว่าราคาหุ้นยังคงไปต่อได้ นอกจากนี้แนะติดตามทิศทางการซื้อกิจการ TikTok ในสหรัฐฯที่ภาพรวมมองว่ายังคงเป็นความเสี่ยงและกดดันการแข่งขัน IG Reels ของบริษัทอยู่

ถึงเวลาเก็บหรือยัง.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...