“บารัค โอบามา” ชี้ ทรัมป์ กำลังพยายามล้มระเบียบโลกที่ถูกสร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เรียกร้องชาวอเมริกันลุกขึ้นปกป้องคุณค่าของประชาธิปไตย
วันที่ 5 เมษายน 2568 สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกร้องให้พลเมืองสหรัฐฯ มหาวิทยาลัย และสำนักงานกฎหมาย ต่อต้านวาระทางการเมืองของโดนัลด์ ทรัมป์ และเตือนชาวอเมริกันให้เตรียมตัว “เสียสละ” หากจำเป็น เพื่อปกป้องคุณค่าของประชาธิปไตย
โอบามากล่าวระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่วิทยาลัยแฮมิลตัน ในเมืองคลินตัน รัฐนิวยอร์ก เมื่อวันพฤหัสบดีว่า“มันเคยเป็นเรื่องง่าย ในช่วงชีวิตของพวกเราส่วนใหญ่ ที่จะพูดว่าคุณเป็นฝ่ายก้าวหน้า หรือพูดว่าคุณสนับสนุนความยุติธรรมทางสังคม หรือพูดว่าคุณสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก โดยที่ไม่ต้องแลกอะไรเลย”
พร้อมกล่าวว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังพยายามล้มระเบียบโลกที่ถูกสร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง พร้อมกับการปรับโครงสร้างการเมืองภายในประเทศใหม่ ซึ่งการไม่เห็นด้วยทางอุดมการณ์ที่เคยอยู่ภายใต้กรอบของการเคารพเสรีภาพในการพูดและหลักนิติธรรม กำลังถูกสั่นคลอน โอบามากล่าวว่า“มันขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคนที่จะต้องแก้ไขเรื่องนี้” โดยรวมถึง “พลเมือง คนธรรมดา ที่กล้าออกมาพูดว่า ‘ไม่ใช่แบบนั้นสิ’”
โอบามาระบุว่าเขาไม่เห็นด้วยกับนโยบายเศรษฐกิจบางอย่างของประธานาธิบดี รวมถึงการขึ้นภาษีในวงกว้าง แต่เขากล่าวว่า สิ่งที่เขากังวลมากยิ่งกว่านั้น คือรัฐบาลกลางที่ข่มขู่มหาวิทยาลัย หากไม่ยอมเปิดเผยตัวนักศึกษาที่ใช้สิทธิในเสรีภาพในการแสดงออก เรื่องนี้อ้างถึงมาตรการของรัฐบาลทรัมป์ที่ตัดเงินทุนของรัฐบาลกลางสำหรับมหาวิทยาลัยชั้นนำ เว้นแต่ว่าพวกเขาจะยกเลิกโปรแกรมสนับสนุนความหลากหลายของนักศึกษา และปรับนโยบายตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนดในประเด็นที่รัฐบาลมองว่าเป็นเส้นแบ่งระหว่างการประท้วงอย่างชอบธรรมเพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ กับการต่อต้านชาวยิว
โอบามายังกล่าวอีกว่า โรงเรียนและนักเรียนควรพิจารณาสภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับประเด็นเสรีภาพทางวิชาการ และควรเตรียมพร้อมที่จะสูญเสียเงินสนับสนุนจากรัฐบาล หากจำเป็นเพื่อปกป้องหลักการของตน
มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในนิวยอร์ก กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความพยายามจากรัฐบาลในการกดดันมหาวิทยาลัยผ่านการตัดเงินทุน โดยอ้างว่าการประท้วงที่เกิดขึ้นในประเด็นสงครามอิสราเอล-ฮามาส ล้ำเส้นเข้าสู่การต่อต้านชาวยิว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางได้จับกุมและพยายามเนรเทศนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษารายหนึ่ง โดยอ้างว่าเธอฝ่าฝืนกฎการเข้าเมืองจากการเข้าร่วมการประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ อีกคนได้ยื่นฟ้องหลังเจ้าหน้าที่พยายามจับกุมและเนรเทศเธอจากสาเหตุเดียวกัน
มหาวิทยาลัยได้ตกลงที่จะเปลี่ยนนโยบาย ซึ่งรวมถึงการจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มีอำนาจจับกุม และการห้ามจัดการประท้วงในอาคารเรียน หลังจากรัฐบาลตัดเงินทุนกว่า 400 ล้านดอลลาร์ออกไป โดยขณะนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะคืนเงินทุนให้หรือไม่ โดยมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เช่น ฮาร์วาร์ดและพรินซ์ตัน ก็กำลังอยู่ภายใต้การตรวจสอบด้านเงินทุนของรัฐบาลกลางในประเด็นเดียวกัน
อดีตประธานาธิบดียังตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างบริษัทกฎหมายกับรัฐบาล หลังจากที่บริษัทเหล่านั้นได้รับผลกระทบจากคำสั่งบริหารของรัฐบาล ที่เกี่ยวข้องกับทนายความซึ่งเคยมีบทบาทในการดำเนินคดีกับทรัมป์ในช่วงรัฐบาลไบเดน หรือเป็นตัวแทนฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
“มันเป็นเรื่องที่จินตนาการไม่ออกเลยว่าพรรคการเมืองเดียวกันนี้ ที่ตอนนี้เงียบเฉย จะยอมรับพฤติกรรมลักษณะนี้จากผมหรือจากประธานาธิบดีคนก่อน ๆ” โอบามากล่าว พร้อมวิจารณ์การที่ทำเนียบขาวจำกัดการเข้าถึงงานของสื่อมวลชนจาก Associated Press เพราะสื่อดังกล่าวปฏิเสธที่จะเรียก“อ่าวเม็กซิโก” ว่า “อ่าวอเมริกา” ตามที่รัฐบาลทรัมป์ต้องการ
อ้างอิง : theguardian.com