โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

BCG Economy Model เขตเศรษฐกิจพอเพียงโมเดลเศรษฐกิจใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ธ.ค. 2564 เวลา 14.39 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2564 เวลา 14.38 น.

ช่วยกันคิด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

 

หลังกระทรวงมหาดไทยเปิดตัวโครงการ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียงด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy Model) เป้าหมายเพื่อขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล ให้ประชาชนทุกภาคส่วนพร้อมรับมือภัยพิบัติ น้ำท่วม น้ำแล้ง โดยถอดบทเรียนการปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ สร้างความเข้มแข็งมั่นคง สร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชน ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ฯลฯ

BCG Economy Model กำลังจะถูกขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ทันทีที่กระทรวงมหาดไทยพิจารณาข้อมูลพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคัดเลือกไว้ ขณะเดียวกัน ก็เปิดให้หน่วยงาน องค์กร สถาบันการศึกษา เสนอตัวเข้าร่วมโครงการเสร็จเรียบร้อย

แนวทางในการเลือกพื้นที่เป้าหมายหรือพื้นที่ปฏิบัติการ ประกอบด้วย 1.ที่ดินของส่วนราชการ เช่น พื้นที่ว่างของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ราชพัสดุ ที่ดินของหน่วยงานด้านความมั่นคง พื้นที่สาธารณประโยชน์ พื้นที่ของภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรศาสนา ตลอดจนที่ดินที่ประชาชนถือครองกรรมสิทธิ์

2.กรณีภาคเอกชน ประชาชน องค์กรศาสนา ภาควิชาการ สถาบันการศึกษา จะเข้าร่วมโครงการต้องยินยอมให้ใช้พื้นที่และจดทะเบียนการใช้ประโยชน์ร่วมกับสำนักงานที่ดินให้ถูกต้อง

3.การเลือกพื้นที่เป้าหมาย ทำได้ทั้งการรับสมัคร หรือการเสนอพื้นที่โดยส่วนราชการในจังหวัด หรือพิจารณาใช้ข้อมูลพื้นที่จากที่กรมพัฒนาชุมชนได้สำรวจไว้ หรือกำหนดพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ จากข้อมูลพื้นที่น้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซาก ที่เก็บข้อมูลโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาขน) หรือ GISTDA กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานอื่น ๆ

แนวทางการดำเนินงานภายใต้โครงการ BCG Economy Model ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือของส่วนราชการระดับกรม หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย จังหวัด และภาคีเครือข่าย 7 เครือข่าย ประกอบด้วย 7 กิจกรรมหลัก ได้แก่

1.การกำหนดพื้นที่เป้าหมาย พื้นที่ปฏิบัติการ 2.การพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่เป้าหมาย หรือพื้นที่ปฏิบัติการ อาทิ การสนับสนุนงบประมาณและอำนวยความสะดวกให้มีความพร้อมรองรับการเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง โดยภาคประชาชนในพื้นที่เป็นคนลงมือปฏิบัติ ภาคเอกชนให้การสนับสนุน และภาควิชาการในพื้นทีสนับสนุนด้านการพัฒนา

3.การบ่มเพาะพัฒนาบุคลากร 7 ภาคี และเร่งสร้างผู้ประกอบการใหม่

– งานพัฒนา ประสานพลังกับ บวร (บ้าน-วัด-โรงเรียน) บรม (บ้าน-วัด-มัสยิด) ครบ (คริสต์-โรงเรียน-ราชการ-บ้าน) บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม

– งานภัยพิบัติ การให้ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ อาทิ น้ำท่วม น้ำแล้ง ปัญหาหมอกควัน ไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

4.การสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั้งจ้างงานในพื้นที่ เกษตรกร แรงงาน บัณฑิตจบใหม่ กลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่น ชุมชน เอสเอ็มอี

5.การส่งเสริมการเรียนรู้เชิงประจักษ์ผ่านการฝึกปฏิบัติร่วมในรูปแบบจิตอาสาพัฒนา และจิตอาสาภัยพิบัติ

6.การต่อยอดผลผลิตเพื่อพัฒนาธุรกิจร่วมกับภาคเอกชน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) การพัฒนาต่อยอดความสำเร็จด้วยโมเดลการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) โดยภาครัฐจะสนับสนุนการจ้างงาน โครงสร้างพื้นฐาน วัสดุอปกรณ์พื้นฐาน ขณะที่ภาคเอกชนจะอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จำเป็น

7.การจัดทำแพลตฟอร์มขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ได้แก่

– การจัดตั้ง war room เพื่อประสานงานเครือข่าย บูรณาการแผนงานและยุทธศาสตร์ ติดตาม หนุนเสริมและประเมินผลการจัดการความรู้และพัฒนาคน การสื่อสารความเข้าใจสังคมเชิงรุก

– ร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ GISTDA เพื่อสร้างระบบโปรแกรมและระบบฐานข้อมูล พัฒนาระบบดิจิทัลรองรับการบริหารจัดการทางภูมิสารสนเทศ local economy เพื่อการลงทะเบียน การสำรวจ ติดตามและประเมินผลในพื้นที่ การพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ วัดผลสัมฤทธิ์คุณภาพชีวิต การสำรวจเก็บข้อมูลและจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ และแผนที่ภูมิประเทศ การจัดทำระบบ เครื่องมือสำหรับการติดตามการบริหารจัดการ การประเมินผลสำเร็จทางด้านกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

8.การสร้างนวัตกรรมจากฐานการวิจัย เพื่อพัฒนาตลาดและธุรกิจในพื้นที่ โดยร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง NECTEC โดยรวบรวมองค์ความรู้ ถอดบทเรียน นำมาบริหารจัดการและพัฒนาให้เป็นระบบ นำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่

9.การสร้างการรับรู้และจดจำ สร้างการสื่อสารสังคมเชิงรุก

รูปแบบการพัฒนาพื้นที่ภายใต้โครงการ BCG Economy Model ที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาและสภาพภูมิสังคม จำแนกได้ดังนี้

1.หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่ หลัก “บวร” “บรม” “ครบ” แนวพระราชดำริต่าง ๆ อาทิ โครงการแกล้งดิน (ปรับปรุงดินเปรี้ยว) หญ้าแฝก (กำแพงดินธรรมชาติ) โคก หนอง นา โมเดล หัวคันนาทองคำ แก้มลิง หลุมขนมครก ธนาคารน้ำใต้ดิน (เติมน้ำไปเก็บในชั้นใต้ดิน) อธรรมปราบอธรรม (ใช้ผักตบชวาดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อน) น้ำดีไล่น้ำเสีย (อาศัยหลักแรงโน้มถ่วง ใช้นำคุณภาพดีช่วยผลักดันน้ำเน่าเสีย) บำบัดน้ำเสีย ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก (ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ) ปลูกป่า
3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ป่าเปียก (พัฒนาป่าไม้โดยใช้ทรัพยากรน้ำมาช่วยในการสร้างแนวป้องกันไฟ)

2.การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว เช่น การผลิตเชื้อเพลิงจากขยะ ฟาร์มตัวอย่าง พลังงานหมุนเวียน อาทิ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ นวัตกรรมเพื่อสังคมสูงวัย

3.การพัฒนาและการรังสรรค์นวัตกรรมในรูปแบบใหม่ policy sandbox ภายใต้การปฏิรูประบบราชการ เช่น เมืองสมุนไพร ศูนย์กลางทางการแพทย์ เมืองอาหาร ธนาคารอาหาร เมืองผ้าทอ การพัฒนาสินค้าผ้าไทยสู่ตลาดโลก เมืองท่องเที่ยว

4.แนวทางการพัฒนาโดยใช้ศาสตร์อื่น ๆ เช่น โรงสีข้าวชุมชน ธนาคารฟืน ธนาคารโค-กระบือ เป็นต้น

ประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อการดำเนินโครงการสัมฤทธิผล คือ การพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์สู่การปฏิบัติ แก้ปัญหาความยากจน และฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...