5 หุ้นปั๊มน้ำมัน ปิดตลาดเช้าเขียวยกแผง หลังขึ้นราคาขาย 6 บาทต่อลิตร
5 หุ้นปั๊มน้ำมัน ปิดตลาดเช้าเขียวยกแผง หลังขึ้นราคาขาย 6 บาทต่อลิตร นักวิเคราะห์มองเป็นบวกกับ PTG มากสุด เหตุขายดีเซลสูงถึง 71% ของปริมาณขายรวม
วันที่ 26 มี.ค.2569 ราคาหุ้นของบริษัทสถานีบริการน้ำมัน 5 รายที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวขึ้น 2.19-7.84% ตอบรับราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น 6-8 บาท มีผลวันที่ 26 มี.ค. 2569
- SUSCO ปั๊มซัสโก้ ปิดตลาดภาคเช้า 2.20 บาท +7.84%
- PTG ปั๊ม PT ปิดตลาดภาคเช้า 8.60 บาท +6.83 %
- OR ปั๊ม PTT Station ปิดตลาดภาคเช้า 12.10 บาท +6.14 %
- BCP ปั๊มบางจาก ปิดตลาดภาคเช้า 40 บาท +3.21 %
- SPRC ปั๊มคาลเท็กซ์ ปิดตลาดภาคเช้า 7 บาท +2.19 %
บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า การยกเลิกการตรึงราคาและปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี จะช่วยให้ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันสามารถบริหารค่าการตลาดได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ถูกกดดันอย่างหนักจากนโยบายรัฐ
บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เป็นหุ้นที่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าการตลาดสูงที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากมีโครงสร้างรายได้พึ่งพาธุรกิจน้ำมันในตลาดค้าปลีกเป็นหลักเกือบทั้งหมด โดยมีสัดส่วนการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสูงถึง 71% ของปริมาณขายรวม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเลิกตรึงราคา นอกจากนี้ ยังมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรอยู่ที่ 1.65 บาท ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด
บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดถึง 39.5% บล.เอเซีย พลัส มองว่าได้รับประโยชน์รองลงมา เนื่องจากมีสัดส่วนการจำหน่ายดีเซลอยู่ที่ราว 40% ของปริมาณขาย และโครงสร้างการขายยังแบ่งเป็นตลาดพาณิชย์ถึง 59% ทำให้ความคล่องตัวในการปรับค่าการตลาดในฝั่งค้าปลีกอาจไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรรวมเท่ากับ PTG
อย่างไรก็ตาม OR ยังมีความแข็งแกร่งในธุรกิจ Non-oil และเครือข่ายสถานีที่ครอบคลุมเป็นจุดเด่นในระยะยาว
บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ได้รับผลบวก "จำกัดที่สุด" ในกลุ่มสถานีบริการน้ำมัน แม้จะมีสัดส่วนจำหน่ายดีเซลอยู่ที่ 51% แต่เนื่องจากโครงสร้างกำไรของบางจากพึ่งพาธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจต้นน้ำอื่น ๆ เป็นหลัก โดยธุรกิจสถานีบริการน้ำมันมีสัดส่วนในกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม (EBITDA) รวมเพียงประมาณ 17% เท่านั้น ทำให้การขยับของค่าการตลาดน้ำมันหน้าปั๊มส่งผลต่อภาพรวมกำไรของบริษัทน้อยกว่ารายอื่น
บล.เอเซีย พลัส แนะนำเก็งกำไรหุ้น PTG ที่ราคาเป้าหมาย 9.80 บาท ในระยะสั้นจากประเด็นบวกเรื่องค่าการตลาดที่คลี่คลาย ขณะที่ OR ให้ราคาเป้าหมาย 16.50 บาท ส่วน BCP ให้ราคาเป้าหมาย 43.00 บาท
บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ชู OR เป็นหุ้นเด่น คาดในระยะสั้นได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันที่หนุนให้ค่าการตลาดปรับตัวสูงขึ้น สอดรับกับข้อมูล ณ วันที่ 26 มี.ค.2569 ซึ่งพบว่าค่าการตลาดของน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ (95 และ 91) เพิ่มขึ้น 0.84 บาท และ 1.83 บาทต่อลิตร ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับวันก่อนหน้า