เวียดนามเลือก “เล มิงห์ ฮึง” นายกรัฐมนตรีคนใหม่
สมัชชาแห่งชาติเวียดนามได้ลงมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ต่อมติอนุมัติการแต่งตั้ง นายเล มิงห์ ฮึง (Le Minh Hung) ให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี คนใหม่
วันที่ 7 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่สองของการประชุมสมัยสามัญครั้งแรกของสมาชิกสมัชชาแห่งชาติชุดที่ 16 ได้มีมติเลือก นายเล มิงห์ ฮึง (Le Minh Hung) กรรมการกรมการเมือง (Politburo), เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรค, ประธานคณะกรรมการจัดตั้งส่วนกลาง และสมาชิกสภาแห่งชาติชุดที่ 16 ให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สำหรับวาระปี 2569-2574 โดยได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากผู้แทนราษฎรทั้งหมด 495 ราย ที่เข้าร่วมการประชุมสมัยสามัญครั้งแรก
ภายหลังการลงคะแนน นายกรัฐมนตรีเล มิงห์ ฮึง ได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง โดยให้คำมั่นว่าจะซื่อสัตย์ต่อปิตุภูมิ ประชาชน และรัฐธรรมนูญอย่างสูงสุด พร้อมทั้งปฏิญาณว่าจะปฏิบัติหน้าที่ตามที่พรรค รัฐ และประชาชนมอบหมายให้อย่างเต็มกำลังความสามารถ
ก่อนหน้านั้นในช่วงเช้าของวันเดียวกัน สมัชชาแห่งชาติเวียดนามได้ให้ความเห็นชอบมติว่าด้วยโครงสร้างองค์กรของรัฐบาลสำหรับวาระปี 2569-2574 และอนุมัติรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีผ่านระบบลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นจึงได้ดำเนินการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีผ่านการลงคะแนนลับตามลำดับ
หลังจากมีการประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการ นายเล กวาง มานห์ (Le Quang Manh) เลขาธิการสภาแห่งชาติและประธานสำนักงานสมัชชาแห่งชาติ ได้นำเสนอร่างมติว่าด้วยการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติในลำดับถัดมา
นายเล มิงห์ ฮึง ถือเป็นผู้นำคณะรัฐมนตรีลำดับที่ 10 ของเวียดนามนับตั้งแต่ปี 2488 เป็นต้นมา และยังเป็นประธานคณะกรรมการจัดตั้งศูนย์กลางพรรคคนที่ 2 ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
สำหรับ นายฝ่าม มิงห์ จิ๊งห์ (Pham Minh Chinh) นายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้า ได้ดำรงตำแหน่งจนครบวาระและเกษียณอายุการทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นายเล มิงห์ ฮึง เกิดวันที่ 11 ธันวาคม 2513 ณ จังหวัดห่าติ๋ญ สำเร็จการศึกษาระดับสูงด้านทฤษฎีการเมือง ปริญญาโทด้านนโยบายสาธารณะ และปริญญาตรีสาขาภาษาฝรั่งเศส
สำหรับตำแหน่งสำคัญทางการเมือง นายเล มิงห์ ฮึง เป็นกรรมการกรมการเมือง (Politburo) สมัยที่ 13 และ 14 เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรค สมัยที่ 13 และ 14 กรรมการคณะกรรมการกลางพรรค สมัยที่ 12, 13 และ 14 ประธานคณะกรรมการจัดตั้งศูนย์กลางพรรค และสมาชิกสภาแห่งชาติ ชุดที่ 15 และ 16
นายเล มิงห์ ฮึงเข้าเป็นสมาชิกพรรควันที่ 21 สิงหาคม 2543 และได้เลื่อนเป็นสมาชิกพรรคสมบูรณ์ วันที่ 21 สิงหาคม 2544
ชีวิตการทำงานของนายเล มิงห์ ฮึง ผูกพันอย่างใกล้ชิดกับ ธนาคารกลางเวียดนาม (State Bank of Vietnam) โดยเริ่มต้นจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ในส่วนงานกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ภายใต้ฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ต่อมาได้เลื่อนขึ้นเป็นรองหัวหน้าส่วนและหัวหน้าส่วนงานธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) รองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ และเป็นผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรและบุคลากร
นายเล มิงห์ ฮึง ปฏิบัติงาน ณ ธนาคารแห่งรัฐเวียดนาม (SBV) มาอย่างยาวนานถึง 20 ปี โดยดำรงตำแหน่งระดับบริหารที่สำคัญหลายตำแหน่ง ในเดือนตุลาคม 2554 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งรัฐเวียดนาม ต่อมาในเดือนเมษายน 2559 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารกลางเวียดนาม ขณะมีอายุได้ 46 ปี ซึ่งถือเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของเวียดนาม
ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 นายเล มิงห์ ฮึง ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการกลางพรรค และในเดือนพฤษภาคม 2567 ได้รับมอบหมายจากกรมการเมือง (Politburo) ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการจัดตั้งศูนย์กลางพรรค
ภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีจะได้รับการเลือกตั้งโดยสมัชชาแห่งชาติจากบรรดาสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ และเป็นผู้มีหน้าที่ความรับผิดชอบรวมถึงอำนาจหน้าที่ในวงกว้าง
นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นผู้นำในการกำหนดนโยบายและกำดูแลการบังคับใช้กฎหมาย โดยมีอำนาจสั่งการและรับผิดชอบต่อการดำเนินงานของระบบการบริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่ระดับส่วนกลางไปจนถึงระดับท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจในความเป็นเอกภาพและความสอดคล้องกันทั่วทั้งระบบบริหารราชการแผ่นดิน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมีหน้าที่เสนอชื่อต่อสมัชชาแห่งชาติเพื่อแต่งตั้ง ปลดออก หรือไล่ออกจากตำแหน่ง สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และสมาชิกคนอื่น ๆ ของรัฐบาล พร้อมทั้งมีอำนาจในการอนุมัติการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งผู้นำในคณะกรรมการประชาชนระดับจังหวัดและระดับเทศบาลนครอีกด้วย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมีอำนาจในการสั่งระงับหรือยกเลิกการตัดสินใจใดๆ ของรัฐมนตรีหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือคำสั่งจากหน่วยงานระดับสูง รวมถึงมีอำนาจในการสั่งการด้านการเจรจา การลงนาม หรือการเข้าเป็นภาคีในสนธิสัญญาระหว่างประเทศต่าง ๆ อีกด้วย