"อนุทิน" นำประชุม "ครม.อนุทิน 2" นัดพิเศษ กำชับ รมต. เข้ากระทรวงทำงานทันที
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ณ ตึกสันติไมตรี ภายหลังจากเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ
โดยก่อนเริ่มการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ก่อนที่จะเริ่มประชุมตามวาระขอแสดงความยินดีกับ ครม. ทุกคนที่ได้มาทำงานร่วมกัน เป็นองค์ประกอบของ ครม. ในชุดนี้ ทุกคนเพิ่งได้รับพระราชทานพระราชดำรัสจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
หลังจากที่ได้ไปเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งการถวายสัตย์นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้นแสดงว่า ครม. ชุดนี้มีความพร้อมที่จะปฏิบัติราชการแผ่นดินต่อไป
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เมื่อสักครู่นี้คำถวายสัตย์ปฏิญาณที่เราทุกคนได้กล่าวต่อหน้าพระพักต์ พระประมุขแห่งชาติ ก็ขอให้เป็นแนวทางในการทำงานในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนทุกคน ครม. ชุดนี้ถือเป็นรัฐมนตรีที่ต้องทำงานอย่างหนัก แต่วันแรกไม่มีเวลาที่เป็นช่วงเวลาฮันนีมูน หรือผ่านการทดลองงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราเข้ามารับภาระหน้าที่ในช่วงที่โลกทั้งโลกมีวิกฤตจากความขัดแย้งของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ซึ่งประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าด้วยความร่วมมือของรัฐบาล ของ ครม.ทุกคน ในรัฐบาลชุดนี้เราต้องแก้ไขปัญหา และลดความเดือดร้อน และทำให้ประเทศของเราได้พัฒนาต่อไป และก้าวหน้าต่อไปโดยการทำงานของพวกเราทุกคน ให้ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายร่วมกัน
ครม.ชุดนี้ส่วนใหญ่รู้จักกันดีอยู่แล้ว และหลายคนมีความอาวุโสเป็นที่เคารพของเราทุกคน หลายคนก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังวังชาสติปัญญาที่พร้อมจะทำงานรับใช้บ้านเมือง ขอให้ใช้จุดแข็งต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ในการที่จะทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ครม.ทุกคนขอให้ถือว่า ครม.นี้ คือรัฐมนตรีที่เป็นชุดเดียวกัน ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็นคณะรัฐมนตรีในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็น ครม.ของประชาชนคนไทย ดังนั้น การทำงานทั้งหลายพร้อมที่จะรับฟังข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะนโยบาย และการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีทุกคน เราจะไม่มีพิธีรีตองใดมากมายขอให้ทุกคนได้ทำงานด้วยความรักความสามัคคี และความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจากสถานการณ์ของประเทศไทยตอนนี้ความเป็นหนึ่งเดียวของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ จะทำให้ประเทศเราฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้
ในการประชุม ครม.ทุกครั้ง จะเริ่มประชุมคณะรัฐมนตรีในเวลา 10:00 น. ที่ตึกบัญชาการ ชั้น 5 หาก ครม.คนใด มีความต้องการที่จะหารือในระหว่างการประชุมกับนายกรัฐมนตรี เรื่องการแก้ไขปัญหาก็พร้อมที่จะพบกับทุกคน และพร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เจตนารมณ์ บรรลุผลสำเร็จทุกประการ ขอให้คณะรัฐมนตรีทุกคนให้ความสำคัญกับการประชุม ครม.ถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการเป็นคณะรัฐบาลของเรา ตั้งแต่ตนได้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้วในช่วงรัฐบาลอนุทิน 1 จะเห็นได้ว่าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะประกาศผู้ที่ลาประชุมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการประชุม ครม. ที่ครบองค์จะเกิดขึ้นเพียงแค่วันแรก จึงขอความร่วมมือกับทุกคนว่าหากเรามาประชุม ครม. ไม่ได้ ก็แสดงว่าทำงานให้กับประชาชนไม่ได้
วันนี้ถือเป็นการประชุม ครม.นัดพิเศษ โดยจะร่วมกันพิจารณาร่างแถลงนโยบายของรัฐบาล ก่อนจะประสานไปยังประธานรัฐสภา ซึ่งเมื่อสักครู่ตนได้มีโอกาสพบกับประธานรัฐสภา ที่อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งประธานรัฐสภาได้แจ้งย้ำมาว่าถ้าวันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบในร่างคำแถลงนโยบายแล้ว ให้ทางเลขา ครม.ส่งเรื่องที่จะนัดประชุมรัฐสภา ไปที่สำนักงานของประธานรัฐสภาโดยทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ (7เม.ย.69) เพื่อกำหนดวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา รวมถึงยังตกลงเรื่องแนวปฏิบัติต่างๆ เกี่ยวกับการประชุมคณะรัฐมนตรี และการแต่งตั้งคณะข้าราชการการเมืองที่สำคัญ
นอกจากนี้จากสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบัน การช่วยประหยัดพลังงานถือเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน โดยเฉพาะภาครัฐที่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชน จึงได้มีข้อสั่งการก่อนหน้านี้ให้ถือปฏิบัติต่อไปว่า ให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติตามมติของ ครม. ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา แม้จะเปลี่ยนรัฐบาลแต่มติก็ยังมีผลอยู่ การปฏิบัติงานที่บ้าน (WFH) และ Work from Anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ เนื่องจากปัจจุบันพบว่ายังไม่มีการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง
โดยกรณีที่ หน่วยงานที่ยังไม่มีความพร้อมในระบบไอที มอบหมายให้กระทรวงดีอี สำนักงานรัฐบาลดิจิทัล (DGA) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เป็นหน่วยงานสนับสนุนให้เกิดผล ส่วนเหตุผลที่มอบให้สำนักงานกฤษฎีกา ร่วมด้วยนั้น เนื่องจากสำนักงานกฤษฎีกาได้ทำสำเร็จมาหลายปีแล้ว ในเรื่องของ WFH ช่วยให้คำแนะนำกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ และขอให้สำนักงบประมาณช่วยสนับสนุนงบประมาณ ให้รัฐมนตรีทุกคนช่วยกันกำกับดูแลนโยบาย WFH ได้มีผลเป็นรูปธรรม เพื่อประหยัดพลังงานและเป็นตัวอย่างที่ดีกับประชาชนต่อไป
ขณะเดียวกัน ขอให้สำนักงานปลัดสำนักงานนายกรัฐมนตรี (สปน.) ปรับปรุงระเบียบ ว่าด้วยรถราชการที่อยู่ในความดูแลของ สปน. ปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ปัจจุบันและอนาคตด้วย ไม่มีทางเลือกสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและไฮโดรเจนด้วย รวมถึงให้มีองค์ความรู้เพิ่มเติมโดยฝาก ให้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม จัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ขณะที่เรื่องยาขอฝากนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตรียมความพร้อมสำหรับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ หากมีปัญหาเรื่องการขนส่งยาหรือขาดแคลนยา ขอให้เตรียมความพร้อมไว้ ขอให้รัฐมนตรีเร่งแก้กฎระเบียบสำหรับยา ที่ผลิตในประเทศแต่ยังไม่ได้นำออกมาใช้ ขอเร่งใช้ให้มากที่สุด
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ตนได้ใช้อำนาจในพระราชกำหนดขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีรวม 6 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รายงานให้กับที่ประชุมได้รับทราบ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ชี้แจงถึง ข้อปฏิบัติของรัฐมนตรี ให้รับทราบเนื่องจากบางคนยังไม่เข้าใจว่ายังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จนกว่าจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันพรุ่งนี้ (7 เม.ย.69) ขอให้คณะรัฐมนตรีเข้ากระทรวงปฏิบัติหน้าที่ปกติ เพราะวันนี้เราได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราโชวาทมาแล้ว ไม่มีพรใดหรือสิ่งใดเป็นมงคลกับพวกเรามากกว่านี้อีกแล้ว จึงอยากให้รัฐมนตรีเร่งทำงานอย่างเต็มที่ และทำงานอย่างหนัก ส่วนพิธีทางศาสนาสามารถทำได้ แต่ฤกษ์ที่ดีที่สุด คือ ฤกษ์สะดวก เพราะตนก็ไม่ได้ดูฤกษ์ หากตนอยู่ไม่ได้ก็ไม่มีใครอยู่ได้ ขอให้ทุกคนเข้ากระทรวง และทำงานกันอย่างเต็มที่ขับเคลื่อนทุกอย่างได้เลย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เช็กรายชื่อ 36 ว่าที่รัฐมนตรี! โผ ครม.100% “อนุทิน” เซ็นทูลเกล้าฯ แล้ว
"อนุทิน" เผยตรวจประวัติ รมต. อย่างละเอียด ยันยังไม่มีบุคคลใดถูกตีตก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "อนุทิน" นำประชุม "ครม.อนุทิน 2" นัดพิเศษ กำชับ รมต. เข้ากระทรวงทำงานทันที
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com