คนเสื้อแดงนับพัน ปักหลักต้อนรับ “ทักษิณ” กลับบ้าน
(11 พ.ค. 69) บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นไปอย่างคึกคัก มวลชนเสื้อแดงนับพันคนและสื่อมวลชนทั่วโลกปักหลักรอรับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในโอกาสได้รับการพักโทษ โดยมีกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนกว่า 54 นาย ดูแลความเรียบร้อยอย่างเข้มงวด ขณะที่ครอบครัวชินวัตรนำโดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางมารอรับท่ามกลางเสียงตะโกนต้อนรับดังกึกก้อง
.
วินาทีประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในเวลา 07.40 น. นายทักษิณในชุดเสื้อโปโลสีขาว กางเกงยีนส์ เดินออกจากประตูเรือนจำด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่รูปร่างดูซูบผอมลง โดยได้โผกอดลูกทั้ง 3 คนอย่างอบอุ่น ก่อนจะเดินทักทายมวลชนเสื้อแดงตามแนวรั้ว และร่วมยืนเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น. ก่อนจะขึ้นรถยนต์ Mercedes-Maybach เดินทางไปยังสำนักงานคุมประพฤติเพื่อติดตั้งกำไล EM และมุ่งหน้ากลับบ้านจันทร์ส่องหล้าทันที
.
ด้าน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ และ นายวรชัย เหมะ แกนนำคนสำคัญ ระบุว่าแม้จะผ่านไป 20 ปี แต่ความศรัทธาต่อตัวนายทักษิณยังไม่เสื่อมคลาย เชื่อว่าประสบการณ์ของอดีตนายกฯ จะเป็นคุณค่ามหาศาลต่อประเทศในฐานะผู้นำทางความคิดและการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นในการติดกำไล EM ว่านายทักษิณมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและไม่มีพฤติกรรมเป็นอันตรายต่อสังคม
.
ขณะที่ นายจักรภพ เพ็ญแข เผยภาพรวมสุขภาพจิตและสมองของนายทักษิณยังคงแข็งแรงดี พร้อมคาดการณ์บทบาทในอนาคตว่าจะเป็นการใช้อิทธิพลทาง "บารมี" ให้คำแนะนำมากกว่าการลงเล่นการเมืองแบบประจำวัน ซึ่งการกลับมาครั้งนี้เปรียบเสมือนกำลังใจสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูความนิยมและร่วมวางยุทธศาสตร์ใหม่ให้กับพรรคเพื่อไทย
.
บรรยากาศความปลาบปลื้มยังส่งถึงมวลชนระดับรากหญ้า โดย นายพรมพัฒน์ ธนกรปุณพิพัฒน์ แกนนำเสื้อแดงสุรินทร์ เผยว่าชาวบ้านร่วมกันเหมารถเดินทางมาด้วยใจและทุนตัวเอง ทันทีที่ได้จับมือนายทักษิณและเห็นท่านแข็งแรงก็รู้สึกหายเหนื่อย พร้อมยืนยันอุดมการณ์คนเสื้อแดงยังเหนียวแน่นและสนับสนุนพรรคเพื่อไทยต่อไป
.
ทั้งนี้ นายทักษิณจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการพักโทษของกรมราชทัณฑ์อย่างเคร่งครัด รวมถึงการจำกัดการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยมีเจ้าหน้าที่คุมประพฤติติดตามตัวผ่านกำไล EM ตามขั้นตอนกฎหมาย จนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาการพักโทษในลำดับต่อไป