โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปคดี “หมิงเฉิน ซัน” ขยายผลไม่หยุด! ล่าเครือข่ายคลังแสงมรณะ

INN News

อัพเดต 11 พ.ค. เวลา 13.47 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. เวลา 07.00 น. • INN News

ตำรวจล่าเครือข่ายคลังแสงมรณะรวบเพิ่มเจ้าของบัญชีรับเงินซื้อขาย M4 พบโยงทหาร-อดีตทหาร

คดี “หมิงเฉิน ซัน” ชายชาวจีนวัย 31 ปี ที่ถูกจับพร้อมอาวุธสงครามจำนวนมากในบ้านพัก พื้นที่ จ.ชลบุรี ยังคงถูกขยายผลต่อเนื่อง ล่าสุด ตำรวจเร่งแกะรอยเครือข่ายจัดหาอาวุธหลังพบความเชื่อมโยงไปถึงทหารและอดีตทหารบางราย

ก่อนหน้านี้ จุดเริ่มต้นของคดีเกิดจากอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรีก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและพบอาวุธปืนภายในรถ จนนำไปสู่การค้นบ้านพักในพื้นที่ห้วยใหญ่และพบอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด รวมถึงอุปกรณ์ทางยุทธวิธีจำนวนมาก

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ตัดทุกประเด็นทิ้ง ทั้งเรื่องการก่อวินาศกรรมการก่อการร้าย หรือความเชื่อมโยงกับขบวนการที่กระทบต่อความมั่นคงโดยอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เส้นทางการเงิน
และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ล่าสุด ชุดคลี่คลายคดีนำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ได้เข้าปิดล้อมบ้านพักในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรีก่อนควบคุมตัว นายจำรอง อายุ 51 ปี หลังสืบสวนพบว่า เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่ใช้รับโอนเงินซื้อขายอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม M4 ราคากระบอกละ 100,000 บาท

เบื้องต้น นายจำรอง อ้างว่า มีหน้าที่เพียงเปิดบัญชีรับโอนเงินจากผู้ต้องหาชาวจีนเท่านั้นและไม่ทราบว่าเป็นเงินเกี่ยวกับการซื้อขายอาวุธ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบสวนแล้ว 2 ราย คือ พ.จ.อ.เมธี อายุ 46 ปีสังกัดกรมสารวัตรทหารเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี และนายบอย เจ้าของสนามยิงปืนแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี หลังพบความเชื่อมโยงกับการจัดหาและซื้อขายอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม

จากแนวทางสืบสวน ตำรวจพบว่า เครือข่ายจัดหาอาวุธที่เชื่อมโยงกับคดีนี้เบื้องต้นมีผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 5 คน โดยขณะนี้เชิญตัวเข้าสอบสวนแล้ว 3 คนส่วนอีก 2 คนที่อยู่ระหว่างขยายผล เป็นข้าราชการทหารประจำการ 1 นาย และอดีตทหารอีก 1 นาย

อย่างไรก็ตาม ตำรวจย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือจับกุมเพิ่มเติมทุกคนยังอยู่ในขั้นตอนสอบสวนเพื่อหาความเชื่อมโยงแต่หากพบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าอาวุธสงครามจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น

ขณะเดียวกัน ตำรวจยังตรวจสอบประวัติของ “หมิงเฉิน ซัน” อย่างละเอียดหลังพบว่าถือพาสปอร์ตทั้งจีนและกัมพูชา รวมถึงมีบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทยหรือ “บัตรสีชมพู” และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ซึ่งย้ายมาจาก จ.เชียงใหม่ เมื่อปี 2566

ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ระบุว่าฝ่ายจีนให้ความสำคัญกับคดีนี้อย่างมาก และอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมย้ำว่า รัฐบาลจีนไม่สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายของพลเมืองจีนในต่างประเทศ
และพร้อมให้ความร่วมมือกับทางการไทยในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติร่วมกัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...