SYMC ธุรกิจฟื้นตัวเด่น รับอานิสงส์ดาต้าหนุน
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บริษัทหลักทรัพย์หยวนตา (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า SYMC รายงานกำไรปกติ 1Q26 ที่ 43 ล้านบาท (+149% QoQ, -15% YoY) โดยกำไรฟื้นตัวเด่น QoQ จากรายได้ที่กลับมาเติบโต ขณะที่ 4Q25 ถูกกดดันจากรายการด้อยค่าอุปกรณ์โครงข่ายราว 22 ล้านบาท ส่วนกำไรที่ลดลง YoY มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนตัวลง จากการเตรียม Capacity และโครงข่ายรองรับลูกค้ากลุ่ม Hyperscale รวมถึงค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น
รายได้หลักอยู่ที่ 541 ล้านบาท (+2.5% QoQ, +2.1% YoY) โดยรายได้เชื่อมต่อในประเทศยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ขณะที่รายได้เชื่อมต่อต่างประเทศยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปิดชายแดนไทย–กัมพูชา
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 32.0% (+162 bps QoQ, -239 bps YoY) โดยแรงกดดันหลักมาจากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนโครงข่ายเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเติบโตในระยะถัดไป
SG&A อยู่ที่ 117 ล้านบาท (-24.4% QoQ, +4.8% YoY) สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้นหลังค่าใช้จ่ายบางส่วนเร่งตัวไปแล้วในไตรมาสก่อน
EBITDA หลักอยู่ที่ 192 ล้านบาท (+115% QoQ, -1% YoY) ฟื้นตัวกลับเข้าสู่ระดับศักยภาพอีกครั้ง หลังแรงกดดันจากรายการพิเศษใน 4Q25 ลดลง
มุมมองและประมาณการ (Our Take)
การฟื้นตัวของผลประกอบการ SYMC สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจ แม้ในปี 2025 บริษัทจะเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งการตั้งสำรองโครงข่ายเดิม รายได้เชื่อมต่อต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการปิดชายแดน และการลงทุนล่วงหน้าเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่ม Hyperscale Data Center ที่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง อย่างไรก็ดี แนวโน้มปี 2026 เริ่มกลับเข้าสู่ระดับศักยภาพการทำกำไรปกติอีกครั้ง
เราปรับปรุงประมาณการปี 2026 โดยคาดกำไรปกติอยู่ที่ 175 ล้านบาท (+20% YoY) คิดเป็น EPS ปี 2026 ที่ 0.40 บาทต่อหุ้น หนุนจากรายได้หลักที่คาดเติบโต 5.5% YoY ตามการฟื้นตัวของรายได้เชื่อมต่อต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มเริ่มเห็นชัดขึ้นในช่วง 2H26
ปัจจัยกดดัน: การลงทุนที่ยังอยู่ในระดับสูงโดยคาด CAPEX to Sales ที่ 25–30% รวมถึง SG&A ที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับลูกค้า Data Center รายใหม่ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อ Margin ในระยะสั้น ประเมินราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2026 ที่ 6.00 บาทต่อหุ้น (อิง PER ที่ 15 เท่า) คงคำแนะนำ“ซื้อ” เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/BV เพียง 0.6 เท่า ขณะที่บริษัทยังมีกำไรต่อเนื่องและคาดการณ์ Dividend Yield ราว 3.3% ต่อปี
โดย Upside ระยะยาว: ยังมีโอกาสเติบโตจากความต้องการเชื่อมต่อระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเปิดใช้งานของ Data Center ขนาดใหญ่ในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง