เดือด! ลากไส้ขบวนการลักลอบน้ำมันข้ามแดน รัฐบาลจะเอาอยู่หรือแค่ไฟไหม้ฟาง?
เรื่องราคาน้ำมันถือเป็นปมร้อน ที่กระทบเสถียรภาพของรัฐบาลมากที่สุดในเวลานี้ มีการปรับขึ้นราคาแบบต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 69 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติลดการชดเชยอัตราเงินกองทุนน้ำมันในส่วนของน้ำมันดีเซล B7 ลง 3.51 บาทต่อลิตร จากเดิม 17.78 บาทต่อลิตร เป็น 14.27 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซล B20 ลดการชดเชยอัตรา 3.48 บาทต่อลิตร จากเดิม 20.12 บาทต่อลิตร เป็น 16.64 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้น 3.50 บาท โดยน้ำมันดีเซล B7 ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 47.74 บาทต่อลิตร และน้ำมันไบโอดีเซล B20 เป็น 42.74 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. เป็นต้นไป โดยเป็นการปรับขึ้นราคาดีเซลที่ 3.50 บาท/ลิตร เป็นเวลา 2 วันติดกัน รวม 7 บาท/ลิตร มาอยู่ที่ 47.74 บาท/ลิตร ทำให้ราคาดีเซลแพงแซงหน้าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ที่มีราคา 43.95 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 : ราคา 38.95 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 : ราคา 35.69 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 : ราคา 43.58 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมียม : ราคา 53.04 บาท/ลิตร เบนซิน 95 : ราคา 52.54 บาท/ลิตร และไม่รู้ว่าราคาจะไปสิ้นสุดตรงไหน ตราบใดที่สงครามระหว่าง “สหรัฐ-อิสราเอล” กับ “อิหร่าน” ยังไม่จบลง
ขณะที่สิ่งที่สังคมกำลังรอคำตอบ มีกระบวนการกักตุนเพื่อเก็งกำไรจริง นอกจากนี้ยังคลิปที่มีเรือติดธงชาติไทย นำน้ำมันไปขายให้เรือของกัมพูชา คำถามคือกระบวนการตรวจสอบเรื่องนี้ จะมีคำตอบให้สังคมรับรู้หรือไม่ ใครเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่ง “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงขบวนการกล่าวถึงขบวนการลักลอบขนน้ำมันไปขายให้ประเทศกัมพูชาว่า ตอนนี้เราตั้งหน่วยไล่ล่าพวกกักตุน และลักลอบนำน้ำมันออกไปขาย กลุ่มคนเหล่านี้มีอยู่บ้าง แต่ไม่เยอะ หน่วยงานความมั่นคงก็ดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดี และจะดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ที่เป็นภัยความมั่นคงของชาติ ตอนนี้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการจับกุม ปราบปราม และดำเนินคดี เมื่อถามว่า การลักลอบนำน้ำมันไปขายให้ประเทศกัมพูชา ถือเป็นข้อหาที่หนักหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวทันทีว่า ก็เลวครับ
นอกจากการประณามแล้ว เชื่อว่าสังคมคงต้องการคำตอบ ขบวนการนำน้ำมันลักลอบไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่ความต้องการของประเทศ บางครั้งยังไม่เพียงพอ ดังนั้นคงต้องรอกระบวนการตรวจสอบของรัฐบาล จะใช้ศักยภาพสาวลึกถึงผู้ที่เกี่ยวข้องได้มากแค่ไหน เพราะการดำเนินการอย่างจริงจัง จะช่วยตัดวงจรอุบาทว์ ไม่ให้สร้างความเสียหายกับประเทศ และต่อไปจะได้ไม่มีผู้ประกอบการรายไหนกล้าฝ่าฝืนกฎหมายอีก
ที่น่าสนใจคือหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายอนุทินแถลงว่า ผลการตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทั้งหมดจนถึงวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา พบรูปแบบการกักตุน และหากำไร ดังนี้ 1.มีการประวิงเวลาการขนส่งน้ำมันทางทะเล โดยลอยลำเรือไว้ไม่ให้ฟีดน้ำมันเข้ามาในคลังตามเวลาปกติ เพื่อหวังว่าจะมีการประกาศเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมัน จึงค่อยฟีดน้ำมันเข้ามาในระบบเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น 2.มีการปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ไปยังสถานีบริการน้ำมัน และ 3.การขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังทำการตรวจสอบขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลใดหรือกลุ่มที่ทำผิดกฎหมายใดบ้าง เกี่ยวกับปริมาณของน้ำมันของเรือขนส่งทางทะเล เราเชื่อว่ามีการลักลอบขนถ่ายกลางทะเล ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการสอบสวน และขยายผล ส่วนความผิดปกติที่ได้รับการตรวจพบจากการรายงานปริมาณน้ำมัน เช่น มีการส่งออกน้ำมันเกินที่ได้ขออนุญาตไว้หรือไม่
ด้าน "พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร" รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปนม.ตร.) กล่าวว่า สำหรับเรื่องเรือประมงที่มีการลงใน TikTok ของชาวกัมพูชา เราตรวจสอบพบว่าเรือดังกล่าวเป็นเรือของคนไทย ซึ่งคนใน TikTok เชื่อว่าเป็นคนไทยมีลูกเรือ 6 คน ซึ่งเรือดังกล่าวเป็นเรือที่สวมทะเบียนชื่อโชคชลกร ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าของเรือ และติดตามเจ้าของเรือมาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมดังกล่าวมีการเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายน้ำมันกลางทะเลหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล
จากนี้ไปต้องรอลุ้นกระบวนการตรวจสอบ กระบวนการกักตุนน้ำมัน และนำพลังงานที่เป็นวัตถุดิบสำคัญ ไปขายต่างประเทศ ตกลงบทสรุปจะเป็นอย่างไร
ส่วนอีกประเด็นเกี่ยวข้องกับ "พรรคประชาชาติ (ปช.)" ที่เป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล โดย "พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" หัวหน้าพรรค ปช. พร้อมด้วยนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ร่วมแถลงความคืบหน้าคนร้ายใช้อาวุธสงครามเอ็ม 16 ยิงถล่มนายกมลศักดิ์ ล่าสุดออกหมายจับ 4 ราย เป็นอดีตนาวิกโยธิน และพบซากรถกระบะสีขาวที่ใช้ก่อเหตุถูกชำแหละ ว่า เหตุที่เกิดกับนายกมลศักดิ์ ทราบดีว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มที่ จนมีข่าวปรากฏว่าใช้กฎหมายพิเศษ เอาตัวบุคคลมาหลายคน และออกหมายจับผู้ก่อเหตุ สิ่งหนึ่งที่ไม่สบายใจ คือรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ทราบว่าเป็นรถของราชการ โดยเฉพาะหลังจากกระทำผิดเอาไปชำแหละทิ้งน้ำ และหน่วยราชการหน่วยนั้นคือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในฐานะที่นายกฯ ได้คุม กอ.รมน. โดยเฉพาะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องการขอความมั่นใจว่า ทำไมถึงปล่อยรถให้เอาไปสังหารนายกมลศักดิ์
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ถ้ารัฐบาล และผู้บังคับบัญชาโดยตรงไม่ส่งสัญญาณให้เอาตัวคนผิด คนก็จะเคลือบแคลงสงสัย รวมทั้งการยิงเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งภาคใต้ก็มีการใช้นิติวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์ และการแก้ปัญหาภาคใต้ ก็ใช้ กอ.รมน.เป็นหลัก เลยอยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้เกี่ยวข้องมาตรวจสอบว่า ทำไมรถคันดังกล่าวถูกนำมาใช้ก่อเหตุ และไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ถูกครอบงำในการทำงาน เรียกร้องนายกฯ และผบ.ทบ. แม่ทัพภาคที่ 4 ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติให้ทำงานตรงไปตรงมา
ด้านนายกมลศักดิ์ กล่าวว่า การลอบยิงครั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องที่ถูกจับกุม หรือออกหมายจับ ไม่เคยรู้จักเป็นส่วนตัว ดังนั้นเรื่องโกรธแค้นส่วนตัวตัดไปได้เลย ซึ่งก็อยากรู้มูลเหตุจูงใจว่า ทำไมมีรถของราชการมาลอบยิงตน อีกทั้งการก่อเหตุใช้เอ็ม 16 มาลงมือ 2 กระบอก เป็นปืนที่ไม่เคยก่อเหตุมาก่อนด้วย หวังเอาชีวิต แต่ก็ถูกเบี่ยงเบนประเด็นว่าพุ่งเป้าคนขับรถ ก็เห็นว่าหากต้องการเช่นนั้น ก็ไม่ต้องติดตามมาตั้งแต่หาดใหญ่
นอกจากนี้พรรค ปช. ยังออกแถลงการณ์ 1. เนื่องจากคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแถลงความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง 2. ในเบื้องต้นหากพบพยานหลักฐาน ความเชื่อมโยงกับบุคคลใด ที่น่าเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะระดับใด หรือหน่วยงานใด ให้รีบดำเนินการเรียกมาสอบในฐานะพยานหรือผู้ต้องสงสัย 3. ที่มาของรถยนต์คันที่ใช้ในการก่อเหตุมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลใด ให้ดำเนินการเรียกมาสอบปากคำเพื่อขยายผลโดยเร็ว และ 4. การสืบสวนเชิงลึกเพื่อหาตัวผู้บงการและเครือข่ายผู้สนับสนุน การสืบสวนเพื่อให้ถึงตัวผู้ใช้จ้างวาน และผู้สนับสนุนการก่อเหตุ ไม่ได้ตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ควรหยุดเพียงแค่การจับกุมผู้ปฏิบัติการ โดยใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสื่อสาร เพื่อระบุตัวตนผู้บงการที่แท้จริงมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุดไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ใดก็ตาม
คำถามคือ การนำรถของ กอ.รมน. มาก่อเหตุร้าย ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คงเป็นหน้าที่ของหัวหน้ารัฐบาล ที่จะต้องหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เพราะถ้าปล่อยให้คลุมเครือ อาจกระทบกับภาพลักษณ์ของหน่วยงานดูแลความมั่นคง.
"ทีมข่าวการเมือง"