โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธปท.ชี้ศก.ไทย ก.พ. ชะลอ ส่งออก-ท่องเที่ยวอ่อนแรง มองข้างหน้ายังต้องติดตามสงครามตะวันออกกลาง

efinanceThai

เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 07.51 น.

ธปท.ชี้ศก.ไทย ก.พ. ชะลอ ส่งออก-ท่องเที่ยวอ่อนแรง มองข้างหน้ายังต้องติดตามสงครามตะวันออกกลาง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -31 มี.ค. 69 14:51 น.

ธปท.เผยเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.พ. 2569 ชะลอลง หลังส่งออก-ท่องเที่ยวอ่อนแรง เงินเฟ้อติดลบ 0.88% ด้านแนวโน้มระยะข้างหน้า ต้องติดตามสงครามตะวันออกกลาง-ความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจ-มาตรการเยียวยาของภาครัฐ พร้อมร่วมทำงานรัฐบาลใหม่ เตรียมชุดมาตรการ ช่วยประคองเศรษฐกิจ

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจไทย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือและเตรียมชุดมาตรการต่าง ๆ ที่จะออกมาเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง

ในช่วงที่ผ่านมา ไทยมีสถานการณ์โควิด เงินเฟ้อขึ้นไปอยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจโตช้า ในช่วงนั้นมีมาตรการออกมาทั้ง มาตรการด้านการคลัง ที่ช่วยดูแลเรื่องรายได้ มาตรการด้านการเงิน ช่วยเหลือสภาพคล่อง มาตรการบรรเทาภาระหนี้ ซึ่งเป็น ชุดมาตรการที่จะช่วยออกมาดูแลต่างๆ และสามารถนำออกมาใช้ได้ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือและเตรียมชุดมาตรการ และพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลใหม่ ในการช่วยประคองเศรษฐกิจ นางสาวชญาวดี กล่าว

-เศรษฐกิจไทยในเดือน ก.พ. ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ตามการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ปรับลดลงในหมวดปิโตรเลียมและอัญมณี หลังเร่งไปมากในเดือนก่อนจากปัจจัยชั่วคราว ประกอบกับรายรับภาคการท่องเที่ยวที่ปรับลดลง ตามจำนวนนักท่องเที่ยวระยะไกลที่ลดลงหลังเดินทางเข้ามามากในช่วงก่อนหน้า รวมถึงนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและมาเลเซียที่ลดลงหลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลรอมฎอน

-มูลค่าการส่งออกสินค้าปรับลดลง โดยเดือน ก.พ. ขยายตัว 10.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 2.3% จากเดือนก่อนหน้า โดยลดลงในหมวดปิโตรเลียมและอัญมณีหลังเร่งไปในเดือนก่อน ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงในหลายหมวดสินค้า

-ภาคการท่องเที่ยว พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 3.3 ล้านคน ลดลงจากเดือนก่อน 1.8% จากนักท่องเที่ยวระยะไกลที่ชะลอลง หลังเร่งเดินทางในช่วงก่อนหน้า ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ดี รายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 2.1% ตามจำนวนนักท่องเที่ยวระยะไกล ทั้งนี้ ยังต้องติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อการท่องเที่ยว โดยช่วงวันที่ 1-22 มี.ค. มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 ล้านคน

-การบริโภคภาคเอกชนในเดือน ก.พ. ลดลง 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะหมวดสินค้าคงทน หลังมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้น จากความหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

-การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 15.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงหมวดก่อสร้าง ขณะที่หมวดยานยนต์ลดลงหลังมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง

-การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง ขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัว

-อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบ 0.88% ติดลบมากขึ้นจากเดือนก่อนที่ติดลบ 0.66% ตามหมวดอาหารสด จากราคาผักและเนื้อสัตว์ที่ลดลงตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่หมวดพลังงานติดลบใกล้เคียงกับเดือนก่อน ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.56% ยังเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยราคาเครื่องประกอบอาหารและอาหารสำเร็จรูปปรับลดลง ขณะที่ราคาของใช้ส่วนตัวเพิ่มขึ้น จากการลดการทำโปรโมชันของผู้ประกอบการ

-ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ในเดือน ก.พ. เฉลี่ยแข็งค่าเล็กน้อย จากปัจจัยด้านเสถียรภาพการเมืองไทย ขณะที่เดือน มี.ค. เฉลี่ยอ่อนค่าลง ตามความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น

ต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะผลต่อการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าของไทย ซึ่งเริ่มมีสัญญาณชะลอลง ส่วนค่าระวางเรืออาจกระทบอุปสงค์การส่งออกในระยะข้างหน้า โดยดัชนีเริ่มทยอยปรับลดลง นางสาวชญาวดี กล่าว

แนวโน้มเศรษฐกิจและปัจจัยที่ต้องติดตาม

-แนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงด้านต่ำ จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลผ่านหลายช่องทาง โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่กดดันเงินเฟ้อและค่าครองชีพ รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวจากราคาพลังงานและต้นทุนโลจิสติกส์

-ระยะข้างหน้า ต้องติดตามพัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน รวมถึงมาตรการภาครัฐ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

นโยบายดอกเบี้ยถูกใช้มาตลอดในการช่วยประคองเศรษฐกิจ และตอนนี้ยอมรับว่า ความเสี่ยงหรือช็อกที่เข้ามากระทบต่อเศรษฐกิจไทย เป็นเรื่องของฝั่งอุปทานเป็นหลัก ซึ่งในแง่ของอุปทาน อัตราดอกเบี้ยอาจจะทำงานได้ไม่ได้ดีนัก แต่อย่างไรก็ตาม จะยังต้องติดตามราคาที่มาจากด้านอุปทานว่าจะมีความยืดเยื้อ ยาวนานและความรุนแรงแค่ไหน และบทบาทของนโยบายดอกเบี้ย จะสามารถเข้ามามีมากน้อยแต่ไหน แต่เชื่อว่า น่าจะต้องมีมาตรการอื่นๆช่วยได้ตรงจุดกว่ามาตรการดอกเบี้ยนางสาวชญาวดี กล่าว

-สำหรับเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่จะเข้ากรอบเร็วกว่าคาดนั้น จะมีผลต่อการตัดสินใจนโยบายการเงินอย่างไรนั้น คงจะต้องดูบริบท เพราะในแง่การทำนโยบายการ ซึ่งเป็นฝั่งอุปสงค์เป็นหลัก แต่ช็อกที่เกิดขึ้นมาจากฝั่งอุปทาน และที่ผ่านมาไทยจะต้องประคองอยู่แล้ว ดังนั้นจะต้องดูพัฒนาการต่อไป ในกรณีหากเงินเฟ้อขึ้นเร็ว และค้างสูง ส่งผลต่อเศรษฐกิจเพิ่มเติม ว่าดอกเบี้ยจะเข้ามามีบทบาทได้ตรงจุดไหน ดอกเบี้ยอาจจะไม่ใช่มาตรการเดียวที่จะดูแลเรื่องนี้ คงต้องมีมาตรการอื่นๆ เข้ามาเสริม และต้องทำให้ตรงจุดด้วย และต้องพิจารณาหากตัดสินใจนโยบายการเงินไปฝั่งใดแล้วจะช่วยได้หรือไม่ ซึ่งจะต้องประเมินบริบท และมองไปข้างหน้า ซึ่งจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...