โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

UBE ผนึก 4 ภาคี ถ่ายทอดองค์ความรู้ ยกระดับมันสำปะหลังอินทรีย์ 5 หมื่นไร่ สร้างความมั่นคงเกษตรกรอีสานล่าง 2

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน)

บริษัท อุบลซันฟลาวเวอร์ จำกัด (UBS) บริษัทในเครือ UBE Group เดินหน้ายกระดับห่วงโซ่การผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด ‘ตลาดนำการผลิต’ (Market-led Production) บูรณาการความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และกลุ่มเกษตรกร จัดงาน Field Day ประจำปีงบประมาณ 2569 โชว์นวัตกรรม 6 สถานีการเรียนรู้ มุ่งสร้างระบบนิเวศมันสำปะหลังอินทรีย์คุณภาพสูง พร้อมกางแผนขยายพื้นที่ปลูกมันอินทรีย์ 50,000 ไร่ ใน 3 จังหวัดอีสานล่าง 2 มุ่งเพิ่มอุปทานวัตถุดิบคุณภาพสูงและตอกย้ำเดินกรอบ ESG สร้างรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกรไทย

นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ UBE ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า การส่งเสริมมันสำปะหลังอินทรีย์ ถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์หลักของ UBE Group ในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่โมเดลภายใต้แนวคิด ‘ตลาดนำการผลิต (Market-led Production)’ อย่างเป็นรูปธรรม

โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศของวัตถุดิบ (Raw Material Ecosystem) ที่มีคุณภาพสูง มีปริมาณที่สม่ำเสมอ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน เพื่อยกระดับศักยภาพในการรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมแปรรูป แป้งมันสำปะหลังและฟลาวมันสำปะหลังระดับพรีเมียมในตลาดโลกที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการยกระดับรายได้เกษตรกรและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG)

ล่าสุด UBE Group เดินหน้าการบูรณาการความร่วมมือของ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมงาน “วันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day)” ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่มุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีสำคัญก่อนเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ผ่านการจัด 6 สถานีการเรียนรู้ ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานตลาด ตั้งแต่การจัดการแปลง การใช้เทคโนโลยีและปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม ไปจนถึงการเชื่อมโยงตลาดรองรับผลผลิต

โดยประกอบด้วย

1.สถานีมาตรฐานการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์และการตลาด ถ่ายทอดแนวทางการผลิตตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ พร้อมการเชื่อมโยงตลาดรองรับผลผลิต โดย บริษัท อุบลซันฟลาวเวอร์ จำกัด

2.สถานีการใช้เทคโนโลยีชุดตรวจวิเคราะห์ดิน Smart NPK เพื่อประเมินสถานะธาตุอาหารในดินและวางแผนการจัดการดินอย่างเหมาะสม โดย สวทช.

3.สถานีการขยายท่อนพันธุ์มันสำปะหลังด้วยวิธี X20 และท่อนพันธุ์ต้านทานโรคไวรัสใบด่าง มุ่งเพิ่มคุณภาพท่อนพันธุ์และลดความเสี่ยงจากโรคระบาด โดย ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 5 บุรีรัมย์

4.สถานีการดูแลโรคพืชและแมลงศัตรูพืชในระบบมันสำปะหลังอินทรีย์ ถ่ายทอดแนวทางการจัดการศัตรูพืชที่เหมาะสมกับระบบอินทรีย์ โดย สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี

5.สถานีเครื่องจักรสำหรับเพาะปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนแรงงาน และต่อยอดสู่การเป็น ผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Provider: ASP) โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และ

6.สถานีกล้วยหอมทองครบวงจรจังหวัดอุบลราชธานี นำเสนอแนวทางการผลิตและการตลาดพืชเศรษฐกิจทางเลือก เพื่อเสริมรายได้ให้เกษตรกร โดยแปลงใหญ่กล้วยหอมบ้านนาคำ อำเภอตระการพืชผล และบริษัท เอ็นซีซีโกลบอล จำกัด

นางสาวกัณฑ์พร กรรณสูต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายส่งเสริมและบริการนวัตกรรมเกษตร บริษัท อุบลซันฟลาวเวอร์ จำกัด (UBS) บริษัทในเครือ UBE Group กล่าวว่า กิจกรรมภายในงานครั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ที่เข้มงวดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรสายพันธุ์ การดูแลระบบนิเวศในแปลงปลูก ไปจนถึงกระบวนการเก็บเกี่ยว โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเกษตรกรจาก 4 จังหวัด ร่วมงาน 234 คน ซึ่งถือเป็นภาพสะท้อนความสำเร็จในการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์อย่างครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมดิน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไปจนถึงการเชื่อมโยงตลาดรองรับผลผลิต

โดยวางเป้าหมายจะขยายพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์ 50,000 ไร่ ครอบคลุม 3 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร เพื่อเพิ่มอุปทานวัตถุดิบคุณภาพสูง

นอกจากนี้ภายในงาน บริษัทฯ ได้ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมส่งมอบวัสดุปรับปรุงดิน “ไบโอฮับ” ให้แก่เกษตรกร เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูคุณภาพดิน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสนับสนุนการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์อย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด ลดความเสี่ยงด้านผลผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่พี่น้องเกษตรกรในระยะยาว สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) ของ UBE Group สะท้อนมิติด้านสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรดิน มิติด้านสังคมจากการเสริมศักยภาพและความมั่นคงด้านรายได้ของเกษตรกร และมิติด้านธรรมาภิบาลจากการดำเนินงานที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...