โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ชู “หุ้นเอเชียแปซิฟิก” พื้นฐานแกร่ง-ราคาถูก-โมเมนตัมดี... คาดพร้อมทะยานต่อหลัง "สงคราม" คลี่คลาย !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 10.30 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?…ท่ามกลางสงครามปีนี้ “หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ยังบวก +2.56%ต่อเนื่องจากปีก่อนที่ +30.36% ในขณะที่ “หุ้นโลก” ปีนี้ -4.42% และ “หุ้นสหรัฐ” -6.96% (ที่มา: msci.com, วันที่ 27 มี.ค. 26)
ถือเป็นตลาดที่น่าสนใจและยังรักษาโมเมนตัมขาขึ้นไว้ได้ ด้วยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แม้จะมีความผันผวนในระยะสั้นจากปัจจัยเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดว่าหากสงครามคลี่คลายและจบลง “หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ยังคงเป็นเป้าหมายของเงินลงทุนทั่วโลกที่โยกจากตลาดที่ "แพง" อย่าง “หุ้นสหรัฐ” กลับเข้าสู่เอเชียที่มีระดับราคาเหมาะสมกว่า พร้อมที่จะเป็นแรงส่งให้ตลาดทะยานไปต่อได้อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน “หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ยังมีราคา “ถูก” มี Forward 12M P/E เพียง 13.17 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 14.16 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ยังโตได้ระดับ 2 หลัก (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 27 มี.ค. 26)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ที่น่าสนใจมาฝากกัน

เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "หุ้นเอเชียแปซิฟิก"…พร้อมทะยานต่อหลัง "สงคราม" คลี่คลาย

สำหรับ 4 “กองทุนเด่น”ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Feeder Fund” 3 กอง และ “Fund of Funds อีก 1 กอง ที่มีสไตล์การบริหารแตกต่างกันออกไปตามแต่ละค่าย ประกอบด้วย
- “UOBSA:กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เอเชีย หน่วยลงทุนชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปและไม่จ่ายเงินปันผล” ของบลจ.ยูโอบี เป็นกองทุนในกลุ่ม Asia Pacific Ex Japan” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวของผลตอบแทน ด้วยการผสานเทคโนโลยีระบบ“AI-ML Process” ร่วมกับคน“Human” อย่างลงตัว โดยมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าดัชนี MSCI AC Asia (ex Japan) net TR USD ผ่านกองทุนหลัก ‘United Asia Fund Class T SGD Acc’ ที่บริหารจัดการโดย UOB Asset Management (Singapore)
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ม.ค. 26) มีการการกระจายน้ำหนักการลงทุนแบ่งเป็นรายประเทศ 5 อันดับที่มีมูลค่าลงทุนสูงสุด ประกอบไปด้วย

  • จีน 36.48%

  • ไต้หวัน 20.20%

  • เกาหลีใต้ 17.68%

  • อินเดีย 8.08%

  • ฮ่องกง 7.37%

“โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Information Technology 35.50%,2) Materials 15.77%,3) Financials 10.86%,4) Industrials 10.60% และ5) Consumer Services 4.81% ตามลำดับ”

- ถัดมาเป็น TLFVMR-ASIAX: กองทุนเปิดทาลิส FVMR เอเชียแปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน เอ็กซ์ ไชน่า ของบลจ.ทาลิส เป็นกองทุนในกลุ่ม Asia Pacific Ex Japan” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หน่วยลงทุน” ของบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นประเทศญี่ปุ่นและสาธารณรัฐประชาชนจีน (ซึ่งรวมถึงเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และเขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน)
โดยเบื้องต้นกองทุนจะเลือกลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย
สำหรับกองทุนที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก (ณ วันที่ 27 ก.พ. 26) ประกอบด้วย

  • ISHARES MSCI SOUTH KOREA ETF 23.30%

  • ISHARES MSCI TAIWAN ETF 18.74%

  • ISHARES MSCI AUSTRALIA ETF 16.56%

  • ISHARES MSCI INDIA ETF 14.81%

  • FRANKLIN FTSE TAIWAN ETF 8.07%

- มาต่อกันด้วย KFHASIA-A: กองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียนอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์-สะสมมูลค่า ของบลจ.กรุงศรี เป็นกองทุนในกลุ่ม Asia Pacific Ex Japan” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้น” ของบริษัทที่อยู่ในทวีปเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) และออสตราเลเซีย ทั้งนี้กองทุนหลักมีกลยุทธ์การลงทุนตามหลักเกณฑ์การลงทุนแบบยั่งยืน โดยนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)ประกอบการพิจารณาในกระบวนการลงทุนด้วย ผ่านกองทุนหลัก ‘Baillie Gifford Pacific Fund (Class B Acc)’ ที่บริหารจัดการโดย Baillie Gifford & Co Limited
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ 30 ม.ค. 26) มีการลงทุน 5 ประเทศมากสุด ได้แก่

  • China 39.00%

  • South Korea 21.50%

  • Taiwan 14.70%

  • Vietnam 7.80%

  • India 6.70%

“โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Information Technology 33.20%,2) Industrials 14.90%,3) Materials 14.10%,4) Consumer Discretionary 13.60% และ5) Financials 12.80% ตามลำดับ”

- ปิดท้ายกันด้วย FP ASIAN SM: กองทุนเปิด เฟิร์ส พลัส เอเชียน สมอลแคป อิควิตี้ เอฟไอเอฟ ของบลจ.เฟิร์ส พลัส เป็นกองทุนในกลุ่ม Asia Pacific Ex Japan” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้น” ของบริษัทที่มีมูลค่าตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชีย และ/หรือแปซิฟิก ผ่านกองทุนหลัก Manulife Global Fund – Asian Small Cap Equity Fund (Class I)’ ที่บริหารจัดการโดย Manulife Investment Management (Hong Kong) Ltd.
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 27 ก.พ. 26) มีการลงทุน 5 ประเทศมากสุด ประกอบด้วย

  • Taiwan 23.00%

  • India 22.76%

  • South Korea 21.57%

  • China 14.08%

  • Australia 4.99%

“โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Technology 30.23%,2) Industrials 16.44%,3) Healthcare 13.72%,4) Basic Materials 11.78% และ5) Consumer Defensive 6.55% ตามลำดับ”
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนในตลาดที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและราคายัง “ถูก” เชื่อว่า “หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” จะเป็นทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตได้เป็นอย่างดี ถือเป็นภูมิภาคเป้าหมายเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลก แม้ระยะสั้นจะถูกกดดันจากปัจจัยเรื่อง “สงคราม” ต่าทุกอย่างคลี่คลายและจบลงตลาดคาดว่ายังคงเป็นภูมิภาคที่มีโมเมนตัมของการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องได้จากพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งนั่นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...