โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

G7 เรียกประชุมฉุกเฉินครั้งประวัติศาสตร์ รับมือวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 16.02 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 09.02 น.

รมว.คลังฝรั่งเศสระบุเอเชียเสี่ยงกระทบหนักสุด ขณะที่ G7 เตรียมประชุมร่วมทั้งฝ่ายการเงิน พลังงาน และธนาคารกลางเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 14.59 น. สำนักข่าว SBS News รายงานว่า รัฐบาลฝรั่งเศส เปิดเผยว่ารัฐมนตรีจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 (G7) เตรียมจัดการประชุมในวันจันทร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง หลังจากราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในภูมิภาค และหยุดการขนส่งน้ำมันผ่านอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้เกิดภาวะอุปทานตึงตัว และทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อห่วงโซ่อุปทานในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก

โรลองด์ เลสกูร์ (Roland Lescure) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝรั่งเศส กล่าวว่า การประชุม G7 ครั้งนี้จะจัดขึ้นผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และจะมีรัฐมนตรีด้านพลังงาน รัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง รวมถึงหัวหน้าองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมด้วย

เขากล่าวว่า ปัจจุบันแต่ละประเทศมีมาตรการรับมือที่แตกต่างกัน เนื่องจากแต่ละภูมิภาคได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะเอเชียซึ่งได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ต้องจัดการประชุมG7 ในรูปแบบที่รวมทั้งฝ่ายการเงิน พลังงาน และธนาคารกลางเข้าด้วยกัน

เลสกูร์ยังกล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงิน และระบุว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี ที่กลุ่มG7 ใช้รูปแบบการประชุมลักษณะนี้

กลุ่ม G7 ซึ่งประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น เป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจโลก

ที่ผ่านมา สหรัฐได้พยายามขอความร่วมมือจากประเทศในกลุ่มG7 เพื่อช่วยกดดันให้อิหร่านยุติการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก โดยหลังการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศG7 ระบุว่า เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่อิหร่านต้องเปิดเสรีการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวอีกครั้ง และเรียกร้องให้ยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน

ภายใต้แรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงและปัญหาอุปทาน หลายประเทศเริ่มออกมาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายของสงครามของสหรัฐ ระยะเวลาที่สงครามอาจยืดเยื้อ รวมถึงความเสี่ยงที่สงครามจะขยายวงกว้าง ทำให้รัฐบาลหลายประเทศยังไม่สามารถกำหนดนโยบายรับมือได้อย่างชัดเจน

ในวันจันทร์ รัฐบาลออสเตรเลียประกาศลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการจัดหาน้ำมัน โดยนายกรัฐมนตรี แอนโธนี อัลบานีส กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือความชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายของสงคราม และต้องการเห็นสถานการณ์คลี่คลายลง

ด้าน เจ้าหน้าที่สหรัฐ รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเป้าหมายของสงครามใกล้จะบรรลุแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน สหรัฐก็ได้ส่งกำลังทหารจำนวนมากเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นการเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์

ขณะที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวที่ติดตามสถานการณ์ในอิหร่านระบุว่า การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านมากกว่า 3,000 คน โดยมากกว่าครึ่งเป็นพลเรือน ส่วนในเลบานอน เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มโจมตีเพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์เมื่อต้นเดือนมีนาคม

อ้างอิง : www.sbs.com.au

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...