โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.07-แข็งค่ารับข่าวหยุดยิงในตะวันออกกลาง

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(8เม.ย.69)ที่ระดับ 32.07 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.53 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.00-32.30 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ใกล้โซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และพลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง เกือบทดสอบโซนแนวรับสำคัญ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย ตอบรับข่าวสหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ เพียงไม่นานก่อนถึงกำหนดเส้นตายของประธานาธิบดี Donald Trump หลังจากนั้นไม่นาน ทางการอิหร่าน ยังได้ออกแถลงการณ์พร้อมระงับการโจมตีตอบโต้และประสานงานการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz หากสหรัฐฯ กับอิสราเอล ระงับการโจมตีอิหร่านจริง ซึ่งภาพดังกล่าวได้หนุนให้ ผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางและมีความหวังมากขึ้น

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED รวมถึง รายงานการประชุม FOMC ล่าสุด (รับรู้ในช่วง 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ของเช้าวันพฤหัสฯ นี้) เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง (ทำให้การประเมินแนวโน้มของตลาดการเงิน ควรมองเป็น Scenario Analysis เทียบกับสิ่งที่บรรดาผู้เล่นในตลาดกำลังคาดหวังอยู่) ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดสต็อกน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ โดย EIA ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ WTI ได้บ้าง

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) แม้ โมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทมีกำลังมากขึ้น จนทำให้ เงินบาทสามารถทยอยแข็งค่าขึ้นเข้าใกล้โซนแนวรับสำคัญ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ทว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง และยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ทำให้ เราประเมินว่า ผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่เร่งรีบปรับมุมมองต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างชัดเจน จนปรับเปลี่ยนสถานะถือครอง ทั้งในส่วนของ Long USD (มองเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น) และ Short THB (มองเงินบาทอ่อนค่าลง) อย่างมีนัยสำคัญ (อาจมีการทยอยปิดสถานะบ้าง) ทำให้ เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ไปก่อนได้ เพื่อรอรับรู้ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เพิ่มเติม ซึ่งเรามองว่า หากเริ่มเห็นสัญญาณการเจรจาหยุดยิงที่มีความคืบหน้ามากขึ้น หรือ การเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดมีความหวังต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จนทำให้ ทยอยเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งจะพอช่วยหนุนให้ เงินบาทอาจทยอยแข็งค่าขึ้นจนหลุดโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ (แม้ว่า สถานการณ์สงครามอาจจะยังไม่ได้จบลงจริง หรือยังไม่ได้เกิดข้อตกลงหยุดยิงได้จริง) แต่หากเงินบาทยังไม่สามารถแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ชัดเจน ในเชิงเทคนิคัล จากกลยุทธ์ Trend-Following เราจะยังคงมองว่า เงินบาทยังมีโอกาสเพียงแกว่งตัว Sideways เป็นอย่างน้อย และยังอยู่ในแนวโน้มการอ่อนค่าลง

อนึ่ง ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจพอได้แรงหนุนบ้าง จากกระแสข่าวการพักการโจมตีเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งอาจหนุนให้ บรรดานักลงทุนต่างชาติทยอยกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยได้บ้าง โดยเฉพาะในฝั่งหุ้น ทว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจถูกชะลอลงบ้าง ตามแรงซื้อเงินดอลลาร์จากบรรดาผู้นำเข้า หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นใกล้โซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ รวมถึงแรงซื้อเงินดอลลาร์ เพื่อจ่ายเงินปันผลให้กับบรรดานักลงทุนต่างชาติ ที่จะเริ่มกลับเข้ามากดดันเงินบาทมากขึ้น ในช่วงฤดูกาลจ่ายเงินปันผลในไตรมาสที่ 2 ขณะเดียวกัน หากเงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอลงจากแรงขายของบรรดาผู้ส่งออก โดยเฉพาะแถวโซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ที่กลายเป็นแนวต้าน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...