โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

หนาวแน่! อดีตผู้พิพากษาบอกกฤษฎีกาไฟเขียว ป.ป.ช.เพิ่มฐานความผิดวินัยย้อนหลังได้

ไทยโพสต์

อัพเดต 9 เมษายน 2569 เวลา 13.58 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

09 เม.ย.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ““พิมพ์ผิด” หรือ “ทบทวนมติ” ? ส่องบรรทัดฐานกฤษฎีกา: เมื่อ ป.ป.ช. เพิ่มฐานความผิดวินัยย้อนหลัง!” ระบุว่า กลายเป็นประเด็นที่นักกฎหมายและข้าราชการท้องถิ่นต้องเงี่ยหูฟัง! เมื่อ คณะกรรมการกฤษฎีกา ออกมาวินิจฉัยกรณีสุดคลาสสิก (เรื่องเสร็จที่ 261/2569) ว่าด้วยเรื่อง "เอกสารตกหล่น" ขององค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. จนต้องมีการแจ้งฐานความผิดเพิ่มย้อนหลัง ทั้งที่หน่วยงานต้นสังกัดสั่งตั้งกรรมการสอบวินัยในฐานความผิดเดิมที่ ป.ป.ช. แจ้งไปแล้ว!

จุดเริ่มต้นของปมปัญหา

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ จ.สงขลา เมื่อข้าราชการ อบจ. และพนักงานเทศบาล ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงในตอนแรกเพียง "ฐานเดียว" คือ จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบของทางราชการ แต่เรื่องกลับไม่จบแค่นั้น! เมื่อคณะผู้ไต่สวนมาตรวจเจอภายหลังว่า "อ้าว! มติที่ส่งไปน่ะมันตกหล่น" เพราะจริงๆ แล้วในที่ประชุม ป.ป.ช. เขามีมติเอกฉันท์ให้ผิดเพิ่มอีก 2 ฐานหนักๆ คือ:

1.ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

2.ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ

คำถามคือ: "ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ?"

ในเมื่อมาตรา 54 (1) ของกฎหมาย ป.ป.ช. เขียนไว้ชัดว่า ถ้าวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดแล้ว จะยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ไม่ได้ เว้นแต่จะมี "หลักฐานใหม่" …แต่นี่ไม่มีหลักฐานใหม่เลย มีแค่บอกว่า "พิมพ์ตก"!

กฤษฎีกาฟันธง: "แก้ไขได้ เพราะไม่ใช่การเริ่มใหม่"

ที่ประชุมร่วมคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1 และ 2) ได้วางบรรทัดฐานไว้อย่างน่าสนใจ สรุปได้ดังนี้ครับ:

1.เจตนารมณ์เหนือตัวอักษร: มติในห้องประชุมจริงๆ นั้น "ครบถ้วน" มาตั้งแต่ต้นแล้ว การที่เอกสารออกมาไม่ครบเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนทางธุรการ (Clerical Error) การแก้ไขจึงไม่ใช่การ "ทบทวนมติเดิม" แต่เป็นการทำให้ "เอกสารตรงกับความจริง"

2.เมื่ออาญาผิด วินัยก็ต้องล้อตาม: ศาลคดีทุจริตฯ ภาค 9 ได้พิพากษาลงโทษไปแล้วฐานทุจริต การจะให้วินัยเหลือเพียงแค่ "ผิดระเบียบ" (ฐานเดิมที่พิมพ์ตก) จึงขัดกับความเป็นจริงอย่างรุนแรง การแก้ไขให้มีฐาน "ทุจริต" จึงเป็นการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของระบบข้าราชการ

3.แนวทางปฏิบัติของผู้บังคับบัญชา: สำหรับหน่วยงานที่ตั้งกรรมการสอบสวนไปแล้ว กฤษฎีกาชี้ช่องว่าให้ "แก้ไขเพิ่มเติม" คำสั่งสอบสวนให้ครอบคลุมฐานความผิดใหม่ เพื่อให้การลงโทษเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

บทสรุปและข้อสังเกต

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า "ความถูกต้องเชิงเนื้อหาสาระ (Substance)" สำคัญกว่า "ความสมบูรณ์เชิงรูปแบบ (Form)" ในกรณีที่เป็นความผิดพลาดทางธุรการ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าคิดต่อคือ… ความคลาดเคลื่อนของหน่วยงานตรวจสอบที่ส่งผลให้กระบวนการล่าช้า หรือทำให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องรับภาระในการสู้คดีเพิ่มขึ้นภายหลัง จะมีการเยียวยาหรือวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิด "การพิมพ์ตก" ในคดีสำคัญแบบนี้ได้อย่างไร?

"ความยุติธรรมที่ล่าช้า… บางครั้งก็คือความอยุติธรรม"

แต่มติกฤษฎีกาฉบับนี้ก็ได้ช่วยอุดช่องว่างไม่ให้ "คนทุจริต" หลุดรอดไปได้เพียงเพราะตัวอักษรที่ตกหล่น!

ทิ้งท้ายประเด็นสำคัญ: ฐานความผิดเดิม (จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ) กับฐานความผิดที่เพิ่มมา (ทุจริตต่อหน้าที่) มีผลต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่น่าเชื่อว่า ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรที่มีนักกฎหมายและเจ้าหน้าที่จำนวนมาก จะมีการแจ้งมติที่ต่างกันมากผิดพลาดไปได้

จึงน่าจะมีการสอบสวนหาคน "จงใจพิมพ์ตก" หรือเป็นเพียงความผิดพลาดส่วนบุคคล (Human Error) เพื่อรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรที่มีหน้าที่ปราบทุจริตให้มี "ความน่าเชื่อถือ" (Public Trust) ในสังคมที่ยึดมั่นหลัก “นิติรัฐ” (Rechtsstaat)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...