โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อิหร่าน” ยันหยุดสัญจรเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว! หลังอิสราเอลโจมตีเลบานอน มีผู้เสียชีวิตกว่า 180 ราย บาดเจ็บเกือบ 900 ราย

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กองทัพอิหร่านยืนยันว่า การสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดลงแล้ว หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ระบุว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซชะลอตัวลงอย่างมากและหยุดลงในที่สุด หลังเหตุโจมตีใหญ่จากอิสราเอล ข้อมูลการติดตามเรือจากเว็บไซต์ MarineTraffic แสดงให้เห็นว่าในขณะนี้ไม่มีเรือแล่นผ่านช่องแคบ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าการจราจรทางเรือเพิ่งเริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้งหลังข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน

ทาง IRGC ยืนยันว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านเพียง 2 ลำแล่นผ่านช่องแคบในช่วงเช้าวันพุธ และมีเรือบรรทุกน้ำมันอีก 1 ลำจากกองเรือจีนแล่นผ่านอย่างปลอดภัย ขณะที่เรือลำอื่น ๆ ไม่มีการแล่นตามมา และการสัญจรทั้งหมดหยุดลงเพียงไม่กี่นาทีหลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตี

IRGC ระบุด้วยว่า แม้จะมีเรือที่มีกำหนดแล่นผ่านในเวลา 22:00 น. แต่เปลี่ยนเส้นทางเมื่อเข้าใกล้ช่องแคบกลับไป ทั้งนี้ อิหร่านยืนยันว่าจะยังคงบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซภายใต้การควบคุมของตนเอง ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับ

ในเหตุการณ์โจมตีกรุงเบรุตครั้งใหญ่ อิสราเอลสร้างความสูญเสียให้เลบานอนอย่างหนัก โดยมีผู้เสียชีวิต 182 ศพ และบาดเจ็บกว่า 890 ราย

#ฮอร์มุซ #อิหร่าน #เลบานอน #อิสราเอล #IRGC #น้ำมัน #ช่องแคบฮอร์มุซ #ความตึงเครียด #ข่าวต่างประเทศ #เหตุการณ์ร้อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...