ITC พุ่ง 3.31% แตะ 15.60 บาท (+0.50 บาท) สวนตลาด บล.ดาโอ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 20 บาท
#ทันหุ้น #2026 #SET #ITC พุ่ง 3.31% แตะ 15.60 บาท (+0.50 บาท) สวนตลาด บล.ดาโอ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 20 บาท
บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ITC (Sector: Food & Beverage)
แนวโน้ม 1Q2569 ใกล้เคียงคาด ต้นทุนเริ่มกดดันใน 2Q2569 แต่ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้
บล.ดาโอ ประเมินกำไรปกติไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY แต่ลดลง 4% QoQ ใกล้เคียงกรอบประมาณการ โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ที่เติบโต 17% YoY และ 4% QoQ จากอุปสงค์ลูกค้า โดยเฉพาะตลาดสหรัฐที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง ขณะที่ยังไม่พบสัญญาณเร่งสั่งซื้อเพิ่มเติม และฐานในปีก่อนมีผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการจองพื้นที่ขนส่งทางเรือ
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 24.5% เพิ่มขึ้นจาก 24.1% ในช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลงจาก 25.8% ในไตรมาสก่อนหน้า จากสัดส่วนสินค้า premium ที่ลดลงมาอยู่ราว 47-50% เทียบกับ 53% ใน 4Q2568 ขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้ลดลงเหลือ 10% ตามการเติบโตของรายได้และปัจจัยฤดูกาล ส่วน effective tax rate เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.5% จาก 2-3% ในปีก่อนหน้า จากผลกระทบของเกณฑ์ Global Minimum Tax (GMT)
สำหรับแนวโน้มต้นทุน บริษัทเริ่มเห็นแรงกดดันตั้งแต่ 2Q2569 โดยเฉพาะต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก ซึ่งคิดเป็นประมาณ 20% ของต้นทุนรวม โดยทุกการเพิ่มขึ้นของต้นทุนส่วนนี้ 10% จะกระทบกำไรราว 9% อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทมี inventory เดิมครอบคลุมถึงเดือนพฤษภาคม 2569 และมีแผนทยอยปรับราคาขายขึ้นตั้งแต่ 2Q2569 ภายใต้เงื่อนไข force majeure
ในด้านโครงสร้างต้นทุนอื่นยังอยู่ในระดับควบคุมได้ โดยต้นทุนทูน่า (ประมาณ 30% ของต้นทุนรวม) มีการจัดซื้อร่วมกับบริษัทแม่และมีสัญญาระยะยาวราว 30% ขณะที่ต้นทุนพลังงานมีสัดส่วนเพียง 3-4% และการขนส่งแม้ระยะเวลาจะเพิ่มขึ้นจาก 10-15 วัน แต่ยังสามารถบริหารจัดการได้ โดยการส่งออกส่วนใหญ่ 70-80% อยู่ในรูปแบบ FOB
บล.ดาโอคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 3.2 พันล้านบาท เติบโต 7% YoY โดยกำไร 1Q2569 คิดเป็นราว 24% ของประมาณการทั้งปี สำหรับ 2Q2569 คาดกำไรยังเติบโต YoY จากยอดขายที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดสหรัฐ แต่มีแนวโน้มทรงตัว QoQ จากแรงกดดันต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะถูกชดเชยบางส่วนจากการปรับราคาขายและค่าเงินบาทอ่อนค่า
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 20.00 บาท อิง PER ปี 2569 ที่ 18.5 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ -0.25SD แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ภาพรวมยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ ขณะที่อุปสงค์ลูกค้าและการขยายผลิตภัณฑ์รวมถึงฐานลูกค้าใหม่ยังเติบโตต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยกระตุ้น (catalyst) จากดีล M&A ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปี 2569.