โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการมุสลิม ชำแหละอาชญากรรมในนามของความศรัทธา จากเหตุการณ์ซอยรามคำแหง 53

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

12 พ.ค.2569-นาดา ไชยจิตต์ นักกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โพสต์ข้อความว่า ขอทำหน้าที่นักวิชาการที่เป็นทั้งคนในชุมชนและเป็นมสุลิมคนหนึ่งนะคะ หลังจัดการความบาดเจ็บทางจิตใจและความโกรธต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนะคะ

#อาชญากรรมในนามของความศรัทธา: เมื่อการลงทัณฑ์โดยมวลชนและการรู้เห็นเป็นใจของรัฐ ถูกโรแมนติไซส์ให้เป็นความศักดิ์สิทธิ์

ภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นซอยรามคำแหง 53 นับตั้งแต่การปิดล้อม มุสลิมที่มีความหลากหลายทางเพศคนหนึ่ง ต่อประเด็นการหมิ่นเนื้อหาในอัลกุรอาน นำไปสู่การใช้ความรุนแรงหลากหลายรูปแบบ และถูกสวมทับด้วยภาพของการ "กลับใจ" ของผู้มีความหลากหลายทางเพศที่ถูกนำมาเผยแพร่และเฉลิมฉลองกันในหน้าสื่อ ไม่ใช่ภาพของความงดงามทางจิตวิญญาณ แต่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ของการลบตัวตน (Epistemic Erasure) ที่โหดร้ายที่สุด เพราะมันคือความรุนแรงที่ผู้กระทำเชื่อมั่นอย่างหมดใจว่าตนกำลังทำภารกิจของพระเจ้า

สังคมต้องตื่นรู้และหยุดโรแมนติไซส์เหตุการณ์นี้ สิ่งที่เรากำลังเห็นคือ "อาชญากรรม" ที่ประกอบขึ้นจากฉกฉวยใช้แนวคิดทางเทววิทยาอย่างผิดที่ ผิดเวลา ผิดหลักการ และผิดกฎหมาย (Theological Misappropriation) และการสมรู้ร่วมคิดของรัฐ (State Complicity) ในทีนี้คือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยแบบตาชั่งความยุติธรรมเอียงจนหัก

1. เทววิทยาที่ถูกช่วงชิงและบิดเบือน: มนุษย์ผู้โอหังตั้งตนประหนึ่งเป็นพระผู้เป็นเจ้าเสียเอง ปลุกระดมมวลชนผู้อ้างความศรัทธาใช้กำลังปิดล้อม ข่มขู่ หรือบีบบังคับให้มนุษย์คนหนึ่งต้องสละอัตลักษณ์เพื่อแลกกับการยอมรับ ไม่ใช่การดึงบ่าวกลับสู่หนทางของอัลลอฮ์ แต่มันคือการท้าทายหลักการของศาสนาอย่างถึงราก

- อิสลามการปฏิเสธการบังคับขืนใจ: อัลกุรอานระบุชัดเจนในซูเราะห์อัลบะเกาะเราะห์ (2:256) ว่า "ไม่มีการบังคับใดๆ ในศาสนา" (La ikraha fid-deen) ศรัทธาที่เกิดจากวงล้อมของความหวาดกลัว ย่อมไม่ใช่ศรัทธา แต่เป็นการจำนนต่ออำนาจเถื่อน

- ศาสนาคือการตักเตือน ไม่ใช่ศาลเตี้ย: วจนะของท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ย้ำว่า "ศาสนาคือการตักเตือนด้วยความจริงใจ" (Ad-Deen an-Naseehah) ไม่มีบทบัญญัติใดที่มอบอำนาจให้มวลชนตั้งศาลเตี้ย พิพากษา หรือกล้อนผมผู้ใดเพื่อบีบบังคับให้เขากลายเป็นคนบริสุทธิ์

ความโอหังที่ผูกขาดการให้อภัย: ฮะดีษกุดซีย์ (Sahih Muslim 2621) ได้เล่าถึงชายที่โอหังสาบานว่าอัลลอฮ์จะไม่ให้อภัยคนบาป จนอัลลอฮ์ตรัสว่า "ผู้ใดกันที่กล้าอวดอ้างสาบานด้วยนามของเราว่าจะไม่ให้อภัยเขา? เราได้ให้อภัยเขาแล้ว และทำให้การงานของเจ้าสูญเปล่า"

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พระผู้เป็นเจ้าทรงปกป้องศาสนาของพระองค์เอง: ในซูเราะห์อัลฮิจญ์รฺ (15:9) ทรงประกาศิตว่า "แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมา และแท้จริงเราจะเป็นผู้รักษามันอย่างแน่นอน" ศาสนาของพระผู้เป็นเจ้าไม่เคยเปราะบางจนต้องอาศัยการย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มาเป็นเกราะกำบัง ดังนั้นไม่มีทางที่อัลกุรอานจะสูญเสียความศักดิ์สิทธิ์เพียงเพราะถูกกะเทยคนหนึ่งถากถาง หรือแม้แต่มนุษย์คนใดๆคนหนึ่ง กลุ่มใดๆกลุ่มหนึ่งหยาบเหยียด

2. นิติศาสตร์แห่งความเพิกเฉย: เมื่อรัฐเอาต์ซอร์ซความรุนแรงให้มวลชน

ในมิติทางสังคมศาสตร์และนิติศาสตร์ เหตุการณ์นี้คือความล้มเหลวโดยสมบูรณ์ของนิติรัฐ (Rule of Law)

ความผิดฐานอาชญากรรม ไม่ใช่พิธีกรรมทางศาสนา: การปิดล้อมโดยมวลชนและการบังคับ "กล้อนผม" ไม่ใช่กระบวนการทางเทววิทยา แต่เป็นการละเมิดประมวลกฎหมายอาญาอย่างชัดแจ้ง ทั้งฐานข่มขืนใจผู้อื่น (มาตรา 309) หน่วงเหนี่ยวกักขัง (มาตรา 310) และการทำร้ายร่างกายและจิตใจ (มาตรา 295) ร่างกายมนุษย์ไม่ใช่พื้นที่ให้ใครมากระทำย่ำยีเพื่อสำเร็จความใคร่ทางศีลธรรม

การรู้เห็นเป็นใจของรัฐ (State Acquiescence): สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการมีอยู่ของ "เจ้าหน้าที่ตำรวจ" ที่อ้างตัวเป็นเพียงผู้ไกล่เกลี่ย การที่รัฐยืนดูและปล่อยให้มีการกล้อนผมผู้เสียหายโดยกลุ่มผู้ละเมิด นี่คือ "การสมรู้ร่วมคิด" รัฐกำลังละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศภายใต้ ICCPR ที่ต้องคุ้มครองสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย (Bodily Integrity) และเข้าข่ายการละเมิด อนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ (CAT) เพราะรัฐจงใจ "เพิกเฉย" (Acquiescence) และปล่อยให้ชุมชนลงทัณฑ์คนชายขอบแทนตนเอง นี่คือความรุนแรงเชิงบริหารจัดการ (Administrative Violence) ที่ไร้ความรับผิดชอบที่สุด

อย่าปล่อยให้บทสรุปของเรื่องนี้จบลงด้วย ภาพคนดีที่กลับใจสู่หนทางของอัลลอฮ์ ปัญญาของ การตื่นรู้เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลที่มีต่ออัลลอฮ์ เราต้องหยุดลดทอนการตื่นรู้หรือการเข้าถึงพระผู้เป็นเจ้าให้กลายเป็นเรื่องของกำลังและความหวาดกลัว

ความยุติธรรมในสังคมพหุวัฒนธรรมจะไม่เกิดขึ้น หากเรายังอนุญาตให้มีการจ่าย "ต้นทุนทางเนื้อตัวร่างกาย" (Somatic Cost) เพื่อซื้อตั๋วเข้าสู่ดินแดนแห่งการยอมรับ การเป็น LGBTQIAN+ ไม่ใช่ข้ออ้างที่ใครจะนำพระนามของพระผู้เป็นเจ้ามาใช้เป็นอาวุธในการล่าแม่มด

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องแยก "ความรุนแรง" ออกจาก "ความศรัทธา" และเรียกร้องให้รัฐเลิกซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังข้ออ้างเรื่องความอ่อนไหวทางศาสนา เพื่อปฏิเสธหน้าที่ในการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนทุกคน

สำหรับข้าพเจ้า เปลี่ยนความโกรธ และความเจ็บให้เป็นบทความ เขียนมันออกมาให้โลกรู้ดีกว่าเก็บความอัดอั้นตันใจไว้ ตัวอยู่ไกลใจอยู่ที่ประเทศไทยเสมอ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...