โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาราหนุ่มเปิดใจมรสุมชีวิต 2 ปี ไม่มีงาน 90% ขายบ้าน 70 ล้าน ป่วยซึมเศร้า

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • The Bangkok Insight

บอย ภิษณุ เปิดใจมรสุมชีวิต2 ปี ไม่มีงาน90% ขายบ้าน70 ล้าน ป่วยซึมเศร้า

บอยภิษณุ วันนี้ขอมาอัปเดตความน่ารักน่าชังของลูกสาว“เฟรยา” ตอนนี้อายุ4 ขวบแล้ว พร้อมเผยลดสถานะอดีตภรรยาเหลือเพียงพ่อแม่ของลูก ปิดเงียบนาน2 ปีเต็ม วันนี้พร้อมเล่ามรสุมปัญหาชีวิตหนัก ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน ปัญหาครอบครัว แถมโดนชาวเน็ตแซะแรง ไร้งาน ตกอับ ล่าสุดตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต ทำหมันถาวร ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี“ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ“หนิง ปณิตา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

บอย ภิษณุ เปิดใจมรสุมชีวิต2 ปี ไม่มีงาน90% ขายบ้าน70 ล้าน ป่วยซึมเศร้า

ช่วงมรสุมชีวิต มีปัญหาเรื่องงาน กระทบเรื่องเงินด้วย มันเป็นยังไงในช่วงนั้น?

“ดวงมันทุเรศไป 2 ปี ดวงมันประเดประดัง เรื่องงานด้วย เรื่องครอบครัวด้วย มันมาพร้อมๆ กัน ถามว่ามันเครียดมั้ย มันก็เครียด คนมีภาระเยอะ แล้วงานก็ลดไป 90 เปอร์เซ็นต์ ใครจะไม่เครียดวะ เราหัวหน้าครอบครัว เราต้องดูแลคนรอบตัวทั้งหมดเลย มันมีความเครียดเหมือนกัน แค่นักข่าวถาม เราก็ตอบตรงๆ ถามมาก็ตอบไป ว่ามีผลกระทบมั้ย”

คนส่วนใหญ่ไม่อ่านดีเทลข้างใน ก็ตกใจกับพาดหัวค่อนข้างแรง อย่างบอย ภิษณุ ตกอับ ขายบ้าน 70 ล้าน?

“ฟังดูเป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่เราอยากขาย (หัวเราะ) ก่อนขายบ้านมีโพสต์ขายรถ แต่รถซื้อมาขายไป มันขายได้ มันไม่ค่อยขาดทุน (หัวเราะ) มันมีมานานแล้ว บางทีเราใช้ 3-4 ปีเราก็ต้องเปลี่ยน เอามาเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทด้วย แต่พอเป็นเรื่องบ้าน บ้านเป็นสิ่งที่เราใฝ่ฝันมาทั้งชีวิต ผมอยู่ในวงการ 20 ปี ผมเก็บหอมรอมริบเพื่อบ้านหลังนี้ เพราะอันนี้คือบ้านในฝัน ไม่เคยคิดอยากจะขายเลย เพราะเราทำมาแล้ว เราอยากอยู่ที่นี่ แต่พอเวลาผ่านไป เริ่มมายึดติดกับสิ่งรอบตัวที่รู้สึกว่าเป็นแค่ความคิดเรา

ถ้าเราลองวางอะไรหนัก ๆ ลงมาเบา ๆ ชีวิตจะดีขึ้นมั้ยวะ มันจะสบายตัวขึ้นมั้ย จากที่รู้สึกแน่นๆ ตัวจะเริ่มขยับตัวได้หรือเปล่า ถ้าเราขายไปอยู่บ้านเล็กลง ถ้าเราลดทิฐิตรงนี้มา เราตัดอะไรที่มันใหญ่ไปในชีวิต แล้วเราขายได้ในราคาที่เราต้องการ ไปซื้อเก็บเงินไว้ตรงนี้ เฮ้ย กูสบายนี่หว่า ที่หามาทั้งหมด ทำให้เราขยับตัวได้ง่ายขึ้น เราจะได้ไม่ต้องไปเอาเรื่องอนาคตมาคิดในปัจจุบัน เป็นคนชอบเอาเรื่องอนาคตมาคิดกับปัจจุบัน ไม่เคยอยู่กับปัจจุบัน แทนที่จะมีความสุขกับปัจจุบันแต่ชอบเอาเรื่องอนาคตมาคิดว่าอนาคตจะเป็นยังไงวะ”

กลายเป็นโรคซึมเศร้าอยู่พักนึง?

“จริง ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะเป็นโรคซึมเศร้า เพิ่ง 3 ปีที่ผ่านมานี่เอง มันอาจหลายๆ เรื่อง ขออนุญาตไม่ลงดีเทลว่าเพราะอะไร แต่มันเริ่มมีผลกับชีวิตเรา เรารู้สึกว่าเราเปลี่ยนไป อาการเริ่มเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่อยากเจอใคร มันมีที่มาที่ไปแหละ ผมว่าคนเป็นโรคนี้มันจะมีปมอยู่สิ่งนึงที่มันไม่สามารถแก้ได้ คิดวนๆ ซ้ำๆ ชีวิตมันทำไมวะ ทำไมต้องอย่างนี้วะ แล้วมันหาไม่ออก ถ้าติดตรงนี้เมื่อไหร่ มีโอกาสป่วยสูงมาก เพราะมันไม่ได้คิดเรื่องอื่น จับจดวนเวียนอยู่แต่เรื่องเดิมๆ ทั้งวันทั้งคืนจนนอนไม่หลับ จนเรารู้สึกว่าเราเริ่มไม่ปกติมากๆ แล้ว จากคนที่สดใส มีแรงอยากทำโน่นทำนี่ทำนั่นก็ไม่อยากออกไปไหน”

กระทบกับงานที่เหลืออยู่น้อยนิดด้วย?

“กระทบ เรารู้สึกได้ ไปออกรายการ ๆ นึง ต้องเอนเตอร์เทนให้สนุก แต่ก็สนุกได้ไม่เต็มที่ โปรดิวเซอร์สะกิดว่าพี่บอยอย่าพูดทับกัน มันฟังไม่รู้เรื่อง เคมีผมตกเลยนะ ผมนั่งเงียบเลย กูผิดอะไรวะ ติกูอีกแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เป็นเลย ผมก็เป็นคนลั้ลลาร่าเริง เราจะปล่อยผ่านไปแล้วเป็นเรื่องตลก แต่กลับเอาคำพูดคนเล็กๆ น้อยๆ มาอยู่ในใจ แล้วทำให้เราแย่ไปกับคำพูดนั้น กลายเป็นโทษตัวเองว่ากูผิดอีกแล้ว กูไม่ดี ทำไมต้องพูดทับกันวะ ก็เลยเอาตัวเองพาไปหาหมอ”

หนักถึงขั้นหาทางออกให้ชีวิตตัวเองไม่ได้?

“เป็นอยู่อย่างนั้น ถึงขนาดอยู่เฉย ๆ ก็อยากอ้วก เพื่อนชวนไปตีกอล์ฟ ก็เครียดจะไปอ้วกอยู่ในสนามกอล์ฟ แล้วก็ขอตัวกลับก่อนเล่นไม่ทันจบเลย แล้วคิดวน ๆ ไม่อยากออกไปไหน อยู่ติดบ้าน ไม่มีแรงอยากทำอะไรใหม่ ๆ เลย ก็คิดว่าตัวเองไม่ปกติ”

จุดไหนหนักถึงขั้นต้องไปหาหมอ?

“ก็อ้วกนี่แหละ ผมว่าหลักๆ ก็เรื่องครอบครัวแหละ รับไม่ค่อยได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต เพราะไม่ได้คาดหวังชีวิตเป็นแบบนี้คาดหวังชีวิตมีความสุขอยู่กันพ่อแม่ลูก พอไม่ได้เป็นแบบนั้น มันดิ่งมากเลย ทุกอย่างเหมือนภาพที่เราฝันไว้มันพังทลายลงมา โทษตัวเองทุกอย่างมันเกิดอะไรขึ้น มันเครียดมาก จนอยู่ดีๆ ก็ไม่ไหว มันจะอ้วก เลยต้องเอาตัวไปหาหมอ ก็เอ๊ะ กูบ้าหรือเปล่า ทำไมต้องคุยกับจิตแพทย์ หมอก็สั่งยามาให้กิน ยาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่มันไม่หาย ถ้าไม่มียาผมก็ใช้ชีวิตลำบากเหมือนกันนะ ยาไปเคลียร์เคมีบางอย่างที่มันวนให้มันไม่วน ให้มันรีแล็กซ์บ้างแล้ว ถึงจุดนึงมันก็ได้ แต่ไม่ได้หายร้อยเปอร์เซ็นต์”

โดนยาไป มีอาการซึม ๆ อยากนอนมั้ย?

“ไม่นะ มันแล้วแต่ยาและอาการของแต่ละคน ถ้าเป็นหนักหน่อยก็อาจต้องถูกสะกดด้วยยาที่แรงขึ้น แต่ของผมเป็นยาเบสิกที่ให้ภาวะความเครียดไม่วน ๆ ทำให้เรารู้สึกสดชื่นมากขึ้น มีแรงทำอะไรมากขึ้น รู้สึกไม่จมปลักกับปัญหาที่เราติดอยู่”

รักษานานมั้ย?

“สองปีกว่าเหมือนกันนะ แต่ไม่ได้หายแบบร้อยเปอร์เซ็นต์นะ แต่ตอนนี้ที่คุยกัน ผมกลับมาแล้ว ผมหายร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เลิกยาหมดแล้ว มันเกิดจากเมนเทิลข้างใน ผมได้ไปเจอวิธีการบำบัดมาอันนึงที่ผมพูดไม่ได้ สิ่งนั้นทำให้ผมสลัดทุกอย่างที่ติดอยู่ช่วงปลายของการกินยา ผมไปเจอการบำบัดตัวนี้มา พอหลุดออกมาแล้ว ผมมองเข้าไปในตัวเองมากขึ้นว่าเราเป็นใครวะ เราจะแก้ปัญหายังไงในชีวิต ทำไมวะ เราเป็นเดอะแบก แต่ไม่เคยได้รับการกอด ขอบคุณนะบอย ขอบคุณมากที่ดูแลกัน รอบตัวเต็มไปหมด แล้วผมเจอสิ่งนั้น ว่าจริงๆ แล้วกำลังใจมันสำคัญ เราเลยต้องขอบคุณตัวเองไง มึงเก่งบอย ที่ทำได้ ไม่มีใครพูด เราต้องพูดขอบคุณตัวเอง”

ล่าสุดผ่อนบ้านหมดแล้ว จากที่ทำงานในวงการบันเทิงอย่างเดียว ตอนนี้ทำงานประจำแล้วด้วย?

“ผมไปทำงานที่รพ.มาสเตอร์พีซ เป็นรพ.ศัลยกรรม มีโอกาสได้คุยกับหมอเส (นพ.ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล) หมอเสก็ชวนว่าพี่บอยอยากลองทำอะไรกันดูมั้ย เผื่อเราทำงานด้วยกันได้ ก็ได้คุยกับรพ.เอง เราก็เลยลองไปทำดู เข้าอาทิตย์นึง 3-4 วัน ที่เหลือก็รับงานในวงการบันเทิงไป ปลาก็ขายอยู่ ม่อนบอยก็ยังมี ตอนนี้หลักๆ ธุรกิจที่มีอยู่คือบริษัททัวร์ ก็ยังทำอยู่ ไปดูในอินสตาแกรม หรือแฟนเพจได้ ม่อนบอยก็ยังขายอยู่ ตอนนี้ผมยังอยู่ในวงการบันเทิงนี่แหละ ยังทำทุกอย่างที่จ้างเข้ามา แล้วถ้าใครสนใจอยากไปทำศัลยกรรมเสริมสวยก็เชิญไปที่รพ.มาสเตอร์พีซได้เลย เดี๋ยวดูแลให้”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...