โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ราคานิกเกิล พุ่งทุบสถิติรอบ 2 ปี รับอุปทานตึงตัวหลังอินโดนีเซียหั่นโควตาเหมือง-สงครามดันต้นทุนกำมะถัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ตลาดโลหะลอนดอน (LME) ดีดตัวรับข่าวเหมืองยักษ์ Weda Bay เตรียมระงับการผลิตในเดือนพฤษภาคมนี้ ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อิสราเอล-สหรัฐฯ ปะทะอิหร่าน ฉุดอุปทานกำมะถันทั่วโลกขาดแคลน กระทบการผลิตแบตเตอรี่ วิเคราะห์ราคานิกเกิลจ่อทะยานต่อเนื่อง หลังผู้ผลิตรายใหญ่เบอร์หนึ่งของโลกคุมเข้มปริมาณส่งออกเพื่อพยุงราคา

27 เมษายน 2569 - สภาวะตลาดโลหะพื้นฐานทั่วโลกเผชิญความผันผวนอย่างรุนแรง ล่าสุดราคานิกเกิลพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดระหว่างวันในรอบเกือบ 2 ปี โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการปรับลดโควตาการทำเหมืองของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตนิกเกิลรายใหญ่ที่สุดของโลก ผนวกกับวิกฤตการณ์ขาดแคลนกำมะถันทั่วโลก ส่งผลให้อุปทานนิกเกิลซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้าสู่ภาวะตึงตัวอย่างหนัก

ข้อมูลการซื้อขายระบุว่า ราคานิกเกิล ดีดตัวขึ้น 1.8% แตะระดับ 19,350 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งเป็นระดับราคาที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 ก่อนจะมีการย่อตัวลงมาซื้อขายที่ระดับ 19,260 ดอลลาร์ต่อตัน ณ ตลาดเซี่ยงไฮ้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 เมษายน 2569 ขณะที่โลหะอุตสาหกรรมประเภทอื่น อาทิ ทองแดง มีการขยับตัวขึ้นเล็กน้อยที่ 0.1% แตะระดับ 13,325 ดอลลาร์ต่อตัน สะท้อนถึงความอ่อนไหวของราคาต่อปัจจัยการผลิตที่จำกัด

แรงกดดันจากนโยบายอินโดนีเซียและการระงับผลิตเหมืองใหญ่

สถานการณ์อุปทานนิกเกิลมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะวิกฤตมากขึ้น หลังจากมีรายงานว่าโครงการเหมืองนิกเกิล Weda Bay ของบริษัท Eramet ในอินโดนีเซีย เตรียมระงับการดำเนินงานทั้งหมดในเดือนพฤษภาคม 2569 เนื่องจากการถูกตัดลดโควตาการผลิตตามนโยบายภาครัฐ ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมภาวะขาดแคลนที่เกิดขึ้นอยู่ก่อนหน้าจากการที่รัฐบาลอินโดนีเซียพยายามควบคุมปริมาณการผลิตในประเทศเพื่อพยุงราคานิกเกิลโลก

นอกจากความตึงตัวด้านโควตาแล้ว ผู้ผลิตในอินโดนีเซียยังเผชิญกับอุปสรรคในการผลิตสารกึ่งสำเร็จรูปประเภท Mixed Hydroxide Precipitate (MHP) ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของแบตเตอรี่ เนื่องจากกระบวนการสกัดต้องใช้สารเคมีสำคัญที่กำลังขาดแคลนในตลาดโลกอย่างหนักในขณะนี้

"โครงการเหมืองนิกเกิล Weda Bay เตรียมระงับการผลิตในเดือน พ.ค. เนื่องจากถูกตัดลดโควตา ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวกำลังสร้างแรงกดดันต่ออุปทานนิกเกิลซึ่งได้รับผลกระทบอยู่แล้ว"

ภูมิรัฐศาสตร์: ตัวแปรเร่งราคากำมะถันและต้นทุนเหมืองทั่วโลก

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาให้พุ่งสูงขึ้นกว่า 10% ในตลาดโลหะลอนดอน (LME) คือ ผลกระทบจากการขยายตัวของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-สหรัฐฯ และอิหร่าน สงครามครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานของกำมะถัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในการทำเหมืองและการสกัดโลหะ ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการหยุดชะงักของการทำเหมืองทั่วโลก

ความกังวลต่อการหยุดชะงักของการผลิต (Global Mine Disruption) กลายเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงจิตวิทยาที่สำคัญในตลาดล่วงหน้า เนื่องจากนิกเกิลไม่ได้เป็นเพียงโลหะอุตสาหกรรมทั่วไป แต่เป็น "แร่ยุทธศาสตร์" ในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การลดลงของอุปทานในจังหวะเดียวกับที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น จึงเป็นปัจจัยบีบคั้นที่ทำให้ราคานิกเกิลโลกอาจมีทิศทางเป็นขาขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้นถึงกลาง

"ราคานิกเกิลพุ่งขึ้นประมาณ 10% นับตั้งแต่อิสราเอลกับสหรัฐอเมริกาได้เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคากำมะถันพุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของการทำเหมืองทั่วโลก"

ราคานิกเกิลในตลาดโลกกำลังเข้าสู่ยุคของการปรับตัวตามต้นทุนการผลิตและข้อจำกัดทางการเมืองระดับประเทศ โดยมีอินโดนีเซียเป็นผู้กำหนดทิศทางอุปทาน (Supply Side) และมีความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นตัวแปรด้านต้นทุน (Cost Push) ซึ่งความตึงตัวนี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตราบใดที่ปัญหาโควตาและการขาดแคลนวัตถุดิบเคมียังไม่ได้รับการคลี่คลาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...