โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“เอกนิติ” ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จำเป็นเร่งด่วน ไม่หวั่นฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ

efinanceThai

เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 05.56 น.

เอกนิติ ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จำเป็นเร่งด่วน ไม่หวั่นฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 พ.ค. 69 12:55 น.

เอกนิติ ยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ใช่ตีเช็คเปล่า ไม่หวั่นฝ่ายค้านส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ ชี้งบปี 69-70 ไม่ทันสถานการณ์ พร้อมตั้งบอร์ดกลั่นกรองใช้เงินรัดกุม

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความการออก พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าวว่า รัฐบาลได้พิจารณาทุกช่องทางแล้ว ทั้งการปรับโยกงบประมาณปี 2569 ซึ่งมีข้อจำกัดและสามารถดำเนินการได้ไม่เกิน 50,000 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณปี 2570 จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2569 ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 5 เดือน จึงไม่ทันต่อสถานการณ์ที่ต้องเร่งช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ

จากการประเมินภาพรวม งบประมาณที่มีอยู่ไม่เพียงพอ จึงยืนยันว่าการออก พ.ร.ก.ครั้งนี้มีความจำเป็นและเร่งด่วนนายเอกนิติ กล่าว

สำหรับกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ได้มีความกังวล เนื่องจากในอดีตการออก พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง วงเงิน 400,000 ล้านบาท ก็เคยถูกยื่นตีความเช่นกัน และตนเองก็เคยเข้าไปชี้แจงต่อศาล พร้อมระบุว่าเข้าใจบทบาทของฝ่ายค้าน

การออก พ.ร.ก.ดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ซึ่งเปิดช่องให้รัฐบาลดำเนินการได้ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และเมื่อพิจารณาทางเลือกอื่นแล้ว ไม่พบแนวทางที่เหมาะสมกว่า

กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวเป็นการตีเช็คเปล่าว่า แท้จริงแล้ว พ.ร.ก.เป็นเพียงการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ส่วนรายละเอียดโครงการจะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาในลำดับถัดไป ภายใต้สถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงานจากปัจจัยภายนอก ซึ่งมีแนวโน้มเกิดขึ้นเป็นระลอกและยืดเยื้อในระยะยาว

วันนี้จำเป็นต้องเตรียมเครื่องมือให้พร้อม เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งถือเป็นวิกฤตปากท้องที่ต้องเร่งแก้ไขนายเอกนิติ กล่าว

รัฐบาลยังมุ่งใช้โอกาสดังกล่าวในการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและก๊าซธรรมชาติ โดยส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้นในระยะยาว

ย้ำว่า การใช้วงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท จะไม่ดำเนินการในคราวเดียว แต่จะมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด และไม่ใช่การใช้จ่ายโดยไม่มีกรอบหรือหลักเกณฑ์

เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...