โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไม่สม.. ‘ฐานันดรสี่’

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“พระปกเกล้าโพลสำรวจล่าสุด

อนุทิน ชาญวีรกูล มีความนิยมเหลือเพียง 8% เท่านั้น มีนัยว่าคนไทยคงไม่ต้องการนายกฯ แบบนี้แล้ว ใครเอาอนุทินมาเป็นนายกฯ ควรพิจารณาด่วน”

นี่.. “ใคร” ที่คุณพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ว่า จะหมายถึงใครก็ไม่ทราบ แต่ที่ทราบ-ที่รู้ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นนายกฯ ก็ด้วยเสียงสนับสนุนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภา..

และเสียงโหวตของ สส. ก็มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ที่เมื่อพรรคภูมิใจไทยได้ สส.มาเป็นอันดับ 1 ก็ได้สิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาล (ก่อน)!

ฉะนั้น..ที่คุณพิชายจี้ถาม “ใครเอาอนุทินมาเป็นนายกฯ ควรพิจารณาด่วน” ก็น่าจะหมายถึง “ประชาชน” ที่เลือก สส.-พรรคภูมิใจไทยจนเป็นอันดับ 1 นั่นกระมัง?

ซึ่งก็เช่นกัน ถ้าประชาชนเลือก สส.-พรรคประชาชนมาได้เกิน 250 คน เป็นอันดับ 1 และได้จัดตั้งรัฐบาล หัวหน้าเท้งก็จะได้เป็นนายกฯ โดยที่คุณพิชายก็เป็นหนึ่งเสียงที่เอามา!

ในเมื่อประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 คุณอนุทินก็มีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการที่จะเป็นนายกฯ คุณพิชาย-รองศาสตราจารย์ก็ไม่เห็นจะต้องเล่นสำนวน..

“ใครเอาอนุทินมาเป็นนายกฯ” ให้เป็นที่สับสนและคิดกันไปว่า “ใคร” ผู้นั้นจะหมายถึงใคร?

หรือว่าคุณพิชายตั้งใจจะให้เป็นประเด็น เหมือนเช่นที่โพสต์ย้ำ.. “ความนิยมนายกฯ ตกหนักหลังเป็นใหม่เพียงไม่กี่วัน

สาเหตุน่าจะมาจากความล้มเหลวในการบริหารงานที่ผ่านมา และการชอบแสดงดรามา ร่วมทั้งชอบแสดงท่าทางตลกหลายครั้งที่ประชาชนไม่ตลกด้วย”

ถ้ายังงั้นก็เชิญจมอยู่กับความผิดหวัง ความอกหัก ความแค้นสุมทรวงต่อไปก็แล้วกัน ส่วนอนุทินนั้นไม่ต้องห่วงว่าความนิยมจะเหลือมากน้อยแค่ไหน..

เพราะถึงอย่างไร พรรคประชาชนก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล และคุณเท้งก็ไม่ได้เป็นนายกฯ อยู่วันยังค่ำ..แน่งๆ (นิ่ง-เงียบ) ซะบ้างเห้อ!

เอ้า..แต่นั่นคงทนแน่ง-ทนนิ่งไม่ได้ เพจ “หมึกซึม” จึงได้โพสต์ข้อความสะเทือนไปทั่วเจ็ดคุ้งน้ำ.. “สมาคมนักข่าวเดือดเหรอครับผม

-ทุกวันนี้จรรยาบรรณเหลือกันเท่าไหร่ไม่ทราบ

-เคสคุณปอ ทฤษฎี ที่นักข่าวรุมทึ้งต้องการภาพเหมือนหมาล่าเนื้อ จนคนทั้งประเทศด่า

-เคสระเบิดราชประสงค์ ต้องส่งผู้ป่วยฉุกเฉินโรงพยาบาลตำรวจไปโรงพยาบาลอื่น แต่นักข่าวกรูเข้าไปขวางเตียงผู้ป่วย พยายามดึงผ้าเพื่อถ่ายรูป

จนน้าหมึกต้องตะโกนด่าพ่อด่าแม่นักข่าว ให้ของลับ กลางห้องโถงโรงพยาบาล (อันนี้น้าหมึกอยู่ในเหตุการณ์)

-เคสสมเด็จพระสังฆราช ที่โดนนักข่าวค้ำหัว เคสปล่อยเฟกนิวส์ช่วงโควิด เรื่องเครื่องบินเหมาลำอินเดีย และสารพัดปั่นข่าวด้อยค่าวัคซีนไทย

-เคสโรฮีนจาที่พยายามปั่นให้เกิดความบาดหมางระหว่างประเทศ เคสพวกนี้สมาคมนักข่าวไม่มีทำห่าไรเลยนี่ครับ

ประเทศไทยเป็นแบบนี้ มันไม่ได้แย่แต่นักการเมืองหรอก นักข่าว สื่อมวลชนก็มีส่วนเช่นกัน

สื่อไทยปั่นข่าวฆาตกรให้เป็นเซเลบคนดังกี่คนแล้ว ทบทวนบทบาทสมาคมสื่อหน่อยดีไหม

เอกสารฉบับนี้เอาไปเช็ดตูด แล้วเอาไปเช็ดปาก ผู้บริหารสมาคมสื่ออีกทีจะเหมาะกว่า”

อือ..ใครไม่เจ็บ แต่ผมทั้งเจ็บทั้งอาย (ว่ะ) แต่ถึงเจ็บก็ไม่ได้หมายจะโกรธแค้นเคือง เพราะที่เพจหมึกซึมตีแสกหน้ามาทั้งหมดนี้ ไม่มีเรื่องโกหก-ตอแหลให้ได้โต้เถียงสักแอะ!

ก็..เห็นจะต้องเก็บความอาย-ความเจ็บเอาไว้ข้างใน พร้อมๆ กับย้ำเตือนใจตัวเองว่า..สื่อมวลชนไม่ใช่เทวดา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใครผู้ใดไม่อาจแตะต้องได้ (โว้ย)!

ที่สำคัญเมื่อสื่อ (ผม) วิจารณ์ผู้อื่นได้ เหน็บแนม ตำหนิ แซะ กัด หรือกระทั่งตั้งฉายาให้ผู้อื่นได้..

ตัวเราก็ต้องมีความหนักแน่น ใจกว้างพอที่จะยอมรับกับเสียงวิจารณ์ (คำด่า) และหรือฉายาที่สะท้อน-ย้อนมากลับมาเข้าตัวเอง!

ไม่ใช่ทำเบ่งคับเสื้อ แต่พอโดนผู้อื่นวิจารณ์อะไรนิดอะไรหน่อยก็ใจเสาะ หันใช้วิธี “ปิดปาก” ด้วยการลากไปฟ้อง ซึ่งมันดูกระจอกงอกง่อย..

ไม่สม.. “ฐานันดรสี่” (เว้ยเฮ้ย)!.

สันต์ สะตอแมน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...