โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สันติภาพล่ม ทรัมป์ลั่นสหรัฐยึดเรืออิหร่าน เตหะรานปฏิเสธเจรจารอบใหม่

PostToday

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐได้เข้ายึดเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติอิหร่านลำหนึ่ง หลังพยายามฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ ขณะที่รัฐบาลอิหร่านประกาศปฏิเสธเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบที่สอง ท่ามกลางคำขู่โจมตีทางอากาศเพิ่มเติมจากวอชิงตัน

เหตุการณ์ล่าสุดสะท้อนถึงแนวโน้มที่สันติภาพในภูมิภาคจะยังไม่เกิดขึ้นในระยะอันใกล้ โดยมาตรการปิดล้อมทางทะเลที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ยังคงส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานโลก และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สหรัฐยังคงใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านได้ดำเนินมาตรการปิด–เปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งก่อนเกิดสงครามมีปริมาณการขนส่งน้ำมันคิดเป็นเกือบหนึ่งในห้าของโลก สร้างความผันผวนอย่างรุนแรงต่อระบบพลังงานโลก

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า กองกำลังสหรัฐสามารถควบคุมเรือดังกล่าวได้ทั้งหมด และอยู่ระหว่างการตรวจสอบสินค้าภายใน พร้อมยืนยันว่ามีการทำลายห้องเครื่องของเรือเพื่อยุติการหลบหนี

ด้านสำนักข่าวทางการของอิหร่าน Islamic Republic News Agency รายงานว่า รัฐบาลเตหะรานปฏิเสธข้อเสนอเจรจาใหม่ โดยให้เหตุผลว่าการปิดล้อมอย่างต่อเนื่อง ท่าทีที่เปลี่ยนแปลงของสหรัฐ และข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขต เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจรจา

ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐได้ขู่ว่าจะทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน เช่น สะพานและโรงไฟฟ้า หากอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไข ขณะที่อิหร่านตอบโต้ว่า หากถูกโจมตีโครงสร้างพลเรือน จะดำเนินการโจมตีโรงไฟฟ้าและโรงผลิตน้ำจืดในประเทศอาหรับอ่าวเปอร์เซียที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐ

ในด้านความพยายามทางการทูต สหรัฐเตรียมส่งคณะผู้แทนไปยังปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักในการเจรจา โดยมีรายงานว่า JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐ อาจเป็นหัวหน้าคณะเจรจาอีกครั้ง แม้จะมีความสับสนเกี่ยวกับบทบาทดังกล่าว

มาตรการรักษาความปลอดภัยในกรุงอิสลามาบัดถูกยกระดับอย่างเข้มงวด ทั้งการระงับการจราจรบางส่วนและการเตรียมสถานที่รับรองคณะผู้แทน สะท้อนถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตลาดพลังงานโลกยังคงเปราะบาง โดยมีรายงานว่าเรือบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลวหลายลำต้องกลับลำกลางทางใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หลังเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง เมื่อเปิดตลาดในสัปดาห์ใหม่

สงครามที่ดำเนินมาเป็นสัปดาห์ที่ 8 ได้ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุปทานพลังงานโลก และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันรายจากการโจมตีทางทหารระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน

แรงกดดันทางการเมืองภายในสหรัฐก็เพิ่มสูงขึ้นต่อประธานาธิบดีทรัมป์ ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูง อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และคะแนนนิยมที่ลดลง ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...