โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ดร. เอกนิติ” เรียก ถกยุทธศาสตร์งบฯ ปี 70 ยังไม่หารือออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ดร.เอกนิติเผยยังไม่สรุปออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เตรียมหารือปกรณ์พรุ่งนี้ (21 มี.ค.) ชี้ปัจจุบันยังมีพื้นที่กู้ได้อีก 8 แสนล้านบาท ด้านคนละครึ่งพลัส ยังไม่เข้าครม.พรุ่งนี้ รอสรุปแหล่งเงิน

ไทยเหลือพื้นที่การคลัง 8 แสนล้านบ.

เตรียมถกแผนกู้เงิน 5 แสนลบ. 21 เม.ย. นี้

20 เม.ย. 2569 ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่ากรณีที่รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อรองรับวิกฤติการณ์ที่ซ้ำซ้อนนั้น ดร.เอกนิติ เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ จะหารือร่วมกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ถึงประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อพิจารณาถึงความจำเป็นว่าจะต้องมีการออก พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าวหรือไม่ โดยต้องมีการพิจารณาในเรื่องข้อกฎหมายเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ เนื่องจากหากพิจารณาจากตัวเลขหนี้สาธารณะของไทยในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 66% ของ GDP จะเห็นว่ายังพอมีพื้นที่ทางการคลังเหลืออีก 4% จากเพดานที่ 70% ของ GDP ซึ่งทุก 1% ของ GDP จะคิดเป็นวงเงินราว 2 แสนล้านบาท ดังนั้นพื้นที่ทางการคลัง 4% ที่เหลืออยู่ดังกล่าว จึงคิดเป็นวงเงิน 8 แสนล้านบาท หากรัฐบาลต้องการกู้เงินในวงเงินที่ไม่เกิน 8 แสนล้านบาท ก็อาจยังไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินก็ได้ ซึ่งได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสรุปตัวเลขที่ชัดเจน เพื่อหารือกันอีกครั้ง

"เรายังมี room เหลืออีก 4% คิดเป็นวงเงินราว 8 แสนล้านบาท ดังนั้น ก็ต้องมาหารือกันว่าเราจำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะเพื่อกู้เงินหรือไม่ เพราะหากกู้ไม่ถึง 8 แสนล้านบาท ก็อาจจะยังไม่จำเป็น แต่หากจะทำ ก็ต้องมาคุยต่อว่าจะกู้เท่าไร จะ 5 แสนล้านบาทหรือไม่ รวมถึงเรื่องออก พ.ร.ก.กู้เงินด้วย ที่ต้องมาดูว่าจำเป็นต้องดำเนินการหรือไม่"

ส่วนเรื่องเพดานหนี้สาธารณะของประเทศไทยในวันนี้ เมื่อเทียบกับหลายประเทศยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่ากังวล โดยยุโรป มีหนี้สาธารณะอยู่ที่กว่า 100% ของ GDP และหากจะเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน หนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยก็ไม่ได้สูงกว่าประเทศอื่น

ดร.เอกนิติ ยังกล่าวถึงการหารือกับ 3 บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ในโอกาสที่เดินทางไปร่วมประชุมกับธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่สหรัฐอเมริกาว่า ทั้งหมดต่างเห็นสอดคล้องกัน โดยไม่ได้ติดว่าประเทศไทยจะมีการกู้เงิน หรือไม่กู้เงิน แต่สิ่งที่หน่วยงานทั้งหมดให้ความสำคัญ คือ เมื่อมีการกู้เงินแล้วนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดมากกว่า ดังนั้นจึงต้องมาหารือกันอย่างละเอียดถึงความจำเป็นในส่วนนี้อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายสำคัญในการใช้จ่ายงบประมาณปี 2570 ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น งบศึกษาดูงาน งบก่อสร้างตึกใหม่ที่ไม่จำเป็น ทั้งนี้ เพื่อนำเม็ดเงินเหล่านี้มาดูแลประโยชน์ให้ประชาชนในช่วงวิกฤติเป็นสิ่งแรก ซึ่งได้ให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปเร่งสรุปตัวเลขมาว่าจะสามารถตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นได้เท่าไร เพื่อจะโอนมาใส่ไว้ใน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ

"เข้าใจว่าเรื่องนี้ ในมุมกฎหมายอาจจะต้องเตรียมตัวไว้ก่อน แต่ในมิติของความจำเป็น เรื่องนี้จะต้องดู 2 เรื่องควบคู่กัน ทั้งความจำเป็นเรื่องกฎหมาย และความจำเป็นในการใช้เงิน วันนี้ต้องสรุปให้ชัดก่อน ต้องดูความสมดุลในทุกมิติ ซึ่งมองว่าการกู้ หรือไม่กู้ ไม่สำคัญเท่ากับการกู้แล้วเอาเงินไปทำอะไร…ถ้ากู้เอามาช่วยคนให้เปลี่ยนผ่านจากสิ่งที่พึ่งพา เช่น น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เรื่องนี้ได้รับการยอมรับจาก IMF และเวิลด์แบงก์"

คนละครึ่ง เฟสใหม่

ยังไม่เข้า ครม. 21 เม.ย. นี้

ดร. เอกนิติ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้ (21 เม.ย.) กระทรวงการคลัง จะยังไม่เสนอให้พิจารณา "โครงการคนละครึ่ง พลัส" เฟสใหม่เนื่องจากยังมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องแหล่งเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ดำเนินการ แต่คาดว่าจะเร่งสรุปเพื่อนำเสนอให้ ครม. พิจารณาได้ในเร็ว ๆ นี้

เรียกสำนักงบฯ

ถกยุทศาสตร์งบฯ ปี 70

20 เม.ย.2569 ที่กระทรวงการคลัง เวลา 15.00 น. นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกสำนักงบประมาณเข้ามาหารือในการกำหนดยุทธศาสตร์การจัดสรรและการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (21 เม.ย. 69)

"หากรัฐบาลยังคงยึดการจัดทำงบประมาณตามกรอบการคลังระยะปานกลาง หรือ MTFF พ.ศ. 2570-2573 ก็จะไม่มีการปรับกรองวงเงินแต่อย่างใด ซื่งเป็นไปตามกฎหมายที่จะต้องจัดทำกรอบงบประมาณให้เป็นไปตามแผน อย่างไรก็ตามยังอยู่ระหว่างการหารือว่าจะมีการปรับวงเงินหรือไม่"

ทั้งนี้ในการหารือวันนี้ ยังไม่มีประเด็นการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านตามที่เป็นข่าว

ขณะที่ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ 4 หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงบประมาณ จะนัดประชุมเพื่อการทบทวนประมาณการรายได้ กำหนดนโยบาย วงเงินงบประมาณรายจ่าย และโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ก่อนนำมาเสนอครม. ในวันที่ 28 เม.ย.2569 ต่อไป

ทั้งนี้ในช่วงเช้าของวันนี้ (20 เม.ย. 2569) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาดำเนินการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การออก พ.ร.ก.เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลสามารถทำได้เพื่อรองรับวิกฤต ขณะที่ในทางปฏิบัติแม้การกู้เงินจริงอาจจะไม่เต็มวงเงิน 500,000 ล้านบาท โดยการออก พ.ร.ก. กู้เงินจะต้องดำเนินการภายหลังจากที่มีการขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% ในปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันหนี้อยู่ที่ประมาณ 66% ของ GDP

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...