รวบ ‘แพทริค’ บอสโคเคนผิวสีร่างยักษ์ จนมุมซุกเงินล้านใต้เพดาน
รวบ "แพทริค" บอสโคเคนผิวสีร่างยักษ์ จนมุมซุกเงินล้านใต้เพดาน ร้องไห้โฮไม่อยากติดคุกไทย
เจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ร่วมกับ ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการดุดันทลายเครือข่ายโคเคนรายใหญ่ย่านธุรกิจใจกลางเมือง โดยสามารถจับกุม "นายแพทริค" (MR.Patric) สัญชาติไนจีเรีย วัย 47 ปี บิ๊กบอสระดับสั่งการที่แฝงตัวอยู่ในไทยมานานกว่า 17 ปี พร้อมผู้ร่วมขบวนการทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยรวม 4 ราย หลังเจ้าหน้าที่ใช้แผนแยบยลแกะรอยนานกว่า 4 เดือน จนพบเครือข่ายลักลอบนำเข้าและจำหน่ายโคเคนจากแอฟริกาที่ระบาดหนักในกลุ่มสถานบันเทิง
วินาทีการจับกุมเป็นไปอย่างตื่นเต้นเมื่อเจ้าหน้าที่บุกชาร์จตัวนายแพทริคบริเวณปากซอยสีลม 1 โดยต้องใช้กำลังตำรวจรุมล็อคตัวเกือบ 10 นายจึงจะสามารถสยบชายผิวสีร่างยักษ์รายนี้ลงได้ ทว่าท่าทีขึงขังกลับเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจค้นห้องพักแล้วพบเงินสดจำนวน 1.5 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ใต้เพดานฝ้าในห้องน้ำ ทำเอาผู้ต้องหาถึงกับตะคริวกินขาและปล่อยโฮร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจ พร้อมตัดพ้อว่าอยากกลับบ้านและไม่อยากต้องมาแก่ตายในคุกประเทศไทย
จากการสืบสวนพบว่านายแพทริคมีพฤติการณ์ที่แยบยล โดยอาศัยการสมรสอำพรางกับหญิงไทยเพื่อขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร และแฝงตัวเป็นบาทหลวงในการสั่งการค้ายาผ่านกลุ่มลับในแอปพลิเคชันเพื่อหลบเลี่ยงสายตาเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังมีโมเดลธุรกิจแบบ "ไร้ตัวกลาง" เพื่อทำกำไรสูงสุด ซึ่งชุดสืบสวนต้องใช้วิธีส่งสายลับร้อยตำรวจเอกปลอมตัวเป็นวัยรุ่นชาวต่างชาติแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มลับนานหลายเดือน จนกระทั่งได้รับข้อมูลที่ละเอียดถี่ถ้วนนำไปสู่การวางแผนจับกุมได้ทั้งขบวนการในที่สุด
ผลจากปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 4 ราย ประกอบด้วย นายแพทริค บิ๊กบอสชาวไนจีเรีย, นายโทมัส ชาวสวิตเซอร์แลนด์ และชายไทยอีก 2 ราย คือนายยศและนายณัฐ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นโคเคน เงินสดรวมกว่า 1.5 ล้านบาท รถยนต์ สร้อยคอทองคำ และนาฬิกาแบรนด์เนม รวมมูลค่าทรัพย์สินหลายล้านบาท ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดถูกส่งตัวดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดประเภท 2 (โคเคน) ตามพื้นที่เกิดเหตุที่ถูกจับกุม
ในชั้นจับกุม นายแพทริคยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่าตกใจมากที่ตำรวจสามารถหาเงินที่ซุกไว้บนฝ้าเพดานพบ และไม่คิดว่าหลังจากทำมานานจะถูกจับได้ในครั้งนี้ ขณะที่ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ระบุว่าแม้ผู้ต้องหาจะไม่ให้ความร่วมมือในการขยายผล แต่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนาที่เชื่อมโยงถึงการเป็นตัวการสำคัญในการลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ และการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการเด็ดปีกเครือข่ายโคเคนรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในไทย
หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะส่งมอบตัวผู้ต้องหาและของกลางให้พนักงานสอบสวนในแต่ละพื้นที่รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ส่วนทรัพย์สินที่ยึดได้จะส่งให้ ป.ป.ส. ดำเนินการสืบทรัพย์และขยายผลต่อไป ทั้งนี้ทางตำรวจขอย้ำเตือนและขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสยาเสพติดหรือบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถแจ้งสายด่วน 1386 หรือ 191 ได้ทันทีเพื่อร่วมกันกำจัดภัยสังคมให้หมดไปจากพื้นที่ธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวของไทย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ทบ. พร้อมร่วมมือตำรวจ ส่งตัวพลทหารผู้ต้องสงสัย คดีล่วงละเมิดทางเพศช่วงสงกรานต์
- ก.ล.ต. จับมือตำรวจสอบสวนกลาง เชื่อมโยงข้อมูลการกระทำความผิด สกัดทุนเทา
- ตำรวจชุบแป้ง มีจริง! เผยโมเมนต์สุดละมุน ตำรวจไทยใจดีโดนประแป้งว่อนทั้งหน้า
ติดตามเราได้ที่