โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดโลกด้านชาสงคราม! น้ำมันพุ่งสวนหุ้น จับตา 1 พ.ค. จุดเปลี่ยนใหญ่ SET ลุ้นรีบาวด์

PostToday

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นโลกเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยสหรัฐฯ อยู่ที่ -0.1% ถึง +0.2% และยุโรป -0.6% ถึง -0.2% ทิศทางดังกล่าวสวนทางกับราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่พุ่งขึ้นเกือบ 3% หลังจากที่การเจรจาสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล้มเหลว ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงหยุดชะงัก ภาพรวมนี้สะท้อนว่าตลาดหุ้นเริ่มมีภาวะ "ชินชา" กับข่าวสงครามแล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าอิหร่านได้เสนอ "ข้อตกลงชั่วคราว" โดยจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการที่สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมท่าเรือ สอดคล้องกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Social Truth ว่าอิหร่านต้องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เร็วที่สุด ซึ่งหากสัญญาณความตึงเครียดนี้ผ่อนคลายลง อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงได้

นอกจากนี้ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 จะมี 2 เหตุการณ์สำคัญระดับโลก คือ 1) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 จะถอนตัวออกจาก OPEC ซึ่งในระยะยาว UAE มีแผนขยายกำลังการผลิตจาก 3.4 ล้านบาร์เรล/วัน เป็น 5 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันเข้าสู่ตลาด

และ 2) วันครบกำหนด 60 วัน ตามกฎหมายอำนาจการทำสงคราม (War Powers Resolution) ของสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์จะต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสหากจะทำสงครามต่อ หรือต้องถอนกำลังทหารภายใน 30 วัน

คลังหั่น GDP ไทยเหลือ 1.6% - ลุ้น กนง. คงดอกเบี้ย 1.0% ดัน SET รีบาวด์

สำหรับเศรษฐกิจในประเทศ กระทรวงการคลังได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยปี 2569 ลงเหลือเพียง 1.6% (จากเดิมที่คาดไว้ 2.0%) สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งฉุดให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้นและกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

โดยคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.0% (จากปี 2568 ที่ติดลบ -0.1%) ขณะที่การลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มลดลงอย่างหนัก โดยคาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.7% จากที่เคยโตถึง 8.9% ในปีก่อน และแม้การส่งออกจะโตได้ 6.2% แต่การนำเข้ากลับพุ่งสูงถึง 13.9% ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดลดลง

ด้านนโยบายการเงิน วันนี้ (29 เม.ย.) จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 24 ท่านจาก Bloomberg คาดการณ์ตรงกัน 100% ว่า กนง. จะมีมติ "คงอัตราดอกเบี้ย" ไว้ที่ 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำและคุมเงินเฟ้อ

ฝ่ายวิจัยชี้ให้เห็นสถิติที่น่าสนใจว่า ในอดีตเมื่อ กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ (รอบดอกเบี้ยขาลง) ตลาดหุ้น (SET Index) มักจะมีปฏิกิริยาเชิงบวกและสามารถรีบาวด์ปรับตัวขึ้นได้ จึงคาดหวังว่าดัชนีในวันนี้จะเกิดรูปแบบเดียวกัน

ส่วนทิศทางดอกเบี้ยโลกในสัปดาห์นี้ คาดว่าธนาคารกลางหลักทั้ง FED, ECB และ BOE จะมีมติคงดอกเบี้ยเช่นกัน โดยล่าสุด BOJ ได้ประกาศคงดอกเบี้ยที่ 0.75% ไปแล้ว

ถือเงินสด 30-40% ดักเก็บหุ้นดิ่งลึกรับสงครามคลี่คลาย

บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนให้เพิ่มสัดส่วนการถือเงินสดเป็น 30% - 40% ของพอร์ต เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน และแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นที่เคยถูกกดดันจากวิกฤตสงครามจนราคาปรับย่อตัวลงมาลึก (Laggard) ซึ่งมีโอกาสฟื้นตัวสูง ได้แก่ BA, ERW, CENTEL, CBG, MINT, GPSC, BH, BGRIM, ICHI, BDMS และ SJWD

โดยมีหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวันคือ BEM, BBL และ GULF (ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำหุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำ (Memory) นำโดย MICRON (DR: MICRON01) และ SANDISK (DR: SNDK03) หลังจากที่บริษัท SEAGATE TECHNOLOGY (STX US) รายงานผลกำไร EPS ไตรมาสล่าสุดเติบโตถึง +116% YoY สูงกว่าคาด หนุนจากความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับเทรนด์ Agentic AI

ในทางกลับกัน แนะนำระมัดระวังการลงทุนในบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปสหรัฐฯ อย่าง LAM RESEARCH และ APPLIED MATERIALS รวมถึงผู้ผลิตชิปจีน HUA HONG SEMICONDUCTOR (DR: HUAHONG23) หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ สั่งระงับการส่งออกเครื่องจักรผลิตชิปไปยังโรงงานของ HUA HONG เพื่อสกัดกั้นการพัฒนาชิป AI ของจีน ส่วนหุ้นเด่น Global Gem แนะนำ KO80 และ BRKB80)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...