โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘หุ้นไทย’ วันนี้ แนวโน้มในกรอบ 1,400-1,425 จุด ยังผันผวนจากตะวันออกกลาง

Businesstoday

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 02.50 น. • Businesstoday

บล.กสิกรไทยมอง SET วันนี้แกว่งในกรอบ 1,400-1,425 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ หนุนราคาพลังงานสูง ดันเงินเฟ้อเร่งขึ้น พร้อมแนะ BANPU และ PTTGC เป็นหุ้นเด่น

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้

SET Index วานนี้ปิดที่ 1,417.45 จุด ลดลง 23.40 จุด หรือ -1.62% โดยมีแรงกดดันหลักจากหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ค้าปลีก และขนส่ง ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทย 199 ล้านบาท

สำหรับวันนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ไว้ที่ 1,400-1,425 จุด ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ยังคงผันผวน จากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเร่งตัวขึ้นของเงินเฟ้อ จนอาจทำให้แนวโน้มการเข้าสู่รอบผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกจบเร็วกว่าที่คาด

อีกทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังอาจส่งผลต่อราคาสินค้าผ่านต้นทุนการผลิต ซึ่งจะกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มที่ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนขึ้นอยู่กับโครงสร้างธุรกิจ ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นและกลุ่มโรงพยาบาลถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างดี

ในอีกด้านหนึ่ง ปัจจัยการเมืองในประเทศอาจช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนได้บ้าง หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่สอง ด้วยคะแนนเสียง 293 ต่อ 119 เสียง และงดออกเสียง 86 เสียง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกเล็กน้อยต่อทิศทางตลาด จากความเป็นไปได้ที่การจัดตั้งรัฐบาลจะดำเนินไปอย่างราบรื่นและเร็วกว่าคาด และอาจนำไปสู่การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน

ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำ BANPU โดยมองว่าอาจได้อานิสงส์จากการใช้ถ่านหินที่เพิ่มขึ้น หลังอุปทานก๊าซ LNG ถูกจำกัดจากเหตุโจมตีศูนย์แปรรูปก๊าซของกาตาร์ ขณะที่ PTTGC ถูกมองว่าได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านอุปทานน้อยกว่าผู้เล่นรายอื่น เนื่องจากใช้ ethane เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตในสัดส่วนสูง

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามและมีผลต่อการลงทุน

ราคาน้ำมันยังคงผันผวน โดย Brent ปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ราว 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังปรับลงจากระดับสูงกว่า 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากข่าวว่าอิสราเอลจะช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้ความขัดแย้งในภูมิภาคยังรุนแรง หลังอิหร่านโจมตีโรงงาน LNG ที่ใหญ่ที่สุดของโลกในกาตาร์

ด้านซีอีโอ QatarEnergy ระบุว่า การโจมตีของอิหร่านทำให้ศักยภาพการส่งออก LNG ของกาตาร์ลดลงถึง 17% ส่งผลให้สูญเสียรายได้ราว 20,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และกระทบต่ออุปทานพลังงานในยุโรปและเอเชีย โดยความเสียหายต่อโรงงานจะทำให้กำลังการผลิตหายไปราว 12.8 ล้านตันต่อปี เป็นระยะเวลา 3-5 ปี สะท้อนผลกระทบรุนแรงต่อพลังงานโลกจากความขัดแย้งที่ลุกลามในตะวันออกกลาง ซึ่งมองเป็นลบต่อ GPSC และ BGRIM จากแนวโน้มต้นทุนก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ชาวนาไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การขาดแคลนน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องจักร การกักตุนและราคาปุ๋ยที่พุ่งขึ้น รวมถึงราคาข้าวเปลือกที่ลดลงเหลือเพียงราว 6,500 บาทต่อตัน ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่รายได้ลดลง โดยชาวนาเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาการกระจายน้ำมัน ควบคุมราคาปุ๋ย และกำหนดราคาประกันข้าวไม่ต่ำกว่า 7,000-10,000 บาทต่อตัน ซึ่งมองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงลบต่อหุ้นในกลุ่มสินเชื่อรายย่อย เช่น MTC, SAK และ SAWAD จากความกังวลต่อคุณภาพสินทรัพย์ที่อาจอ่อนแอลง

ด้านภาคท่องเที่ยว ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 1-18 มีนาคม 2026 ตลาดท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบจากสงครามและค่าตั๋วเครื่องบินที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวระยะไกลชะลอตัวลง โดยยุโรปลดลง 10% YoY อิสราเอลลดลง 10% YoY สหรัฐฯ ลดลง 3% YoY และตะวันออกกลางลดลงถึง 58% YoY แม้ ททท. จะเร่งหาตลาดทดแทนจากกลุ่มระยะใกล้ เช่น จีน อินเดีย และประเทศในเอเชีย ซึ่งเริ่มฟื้นตัว แต่ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด สะท้อนว่าการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวยังต้องใช้เวลา และมองเป็นลบต่อหุ้นท่องเที่ยว เช่น AAV, BA, SHR, CENTEL และ ERW

อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือ กกพ. เตือนว่าหากราคา LNG เพิ่มจาก 12 ดอลลาร์ เป็น 25 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู จะทำให้ค่าไฟฟ้า (Ft) เพิ่มขึ้นราว 0.58 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ต้องมีการปรับแผนผลิตไฟฟ้า โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้ถ่านหินจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งมีต้นทุนราว 0.70 บาทต่อหน่วย เพื่อช่วยลดต้นทุนรวมและบรรเทาผลกระทบต่อค่าไฟ พร้อมบริหารเชื้อเพลิงสำรองเพื่อไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงไฟฟ้าในภาคเหนือ ประเด็นนี้มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงลบเล็กน้อยต่อ BANPU จากการเปลี่ยนความต้องการมาใช้ถ่านหินเป็นพลังงานทางเลือกมากขึ้น

หุ้นเด่นแนะนำวันนี้

🎯 BANPU ราคาเป้าหมาย 7.00 บาท
ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า BANPU จะได้รับผลบวกทางอ้อมจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง หลังราคาถ่านหิน Newcastle ปรับขึ้นจากระดับ 100 ดอลลาร์ต่อตันในเดือนมกราคม มาอยู่ที่ 118 ดอลลาร์ต่อตัน ปัจจุบัน โดยธุรกิจถ่านหินในอินโดนีเซียซึ่งมีราคาผันแปรตาม Newcastle Index คิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของยอดขายรวม 22-25 ล้านตันต่อปี ขณะที่ธุรกิจถ่านหินในออสเตรเลียมีสัดส่วนส่งออกราว 30-40% ของยอดขายรวม 7-8 ล้านตันต่อปี

ส่วนธุรกิจก๊าซในสหรัฐฯ BANPU มียอดขายอยู่ที่ 280-300 Bcfe ต่อปี โดยมีการทำ hedging ไว้ราว 50-60% และยังมีส่วนที่ปรับราคาตาม Henry Hub Gas อีกราว 40% ซึ่งคาดว่าทุกการเพิ่มขึ้นของราคาก๊าซ 1 ดอลลาร์ต่อ mmbtu จะส่งผลให้กำไรของ BANPU เพิ่มขึ้นประมาณ 60 ล้านดอลลาร์

🎯 PTTGC ราคาเป้าหมาย 35.00 บาท
PTTGC ถูกมองว่ามีความเสี่ยงด้านอุปทานต่ำกว่าผู้เล่นรายอื่นในกลุ่ม เนื่องจากมีสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพียง 12% ขณะที่ส่วนที่เหลือนำเข้าจากแหล่งอื่น แตกต่างจาก TOP, SPRC และ IRPC ที่พึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางสูงถึง 70-90%

ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า PTTGC จะได้ประโยชน์จากค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะสงคราม และยังเผชิญปัญหาน้อยกว่ารายอื่นในการรักษาระดับการกลั่น โดยในปี 2025 EBITDA ของบริษัทมาจากธุรกิจโรงกลั่นราว 30% นอกจากนี้ แม้ธุรกิจปิโตรเคมียังเผชิญความเสี่ยงจาก spread ที่ถูกกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและเศรษฐกิจที่อ่อนแอ แต่เชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวอาจเร่งให้เกิดการปรับลดกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมเร็วขึ้น ประกอบกับวันที่ 1 เมษายนนี้ จะเป็นวันแรกที่จีนปรับลด Export Tax Rebate จาก 9-13% เหลือ 0% ซึ่งจะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าจีนด้วยเช่นกัน

รายงานเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม

✅ วันศุกร์ ติดตามการประกาศ Loan Prime Rate ของธนาคารกลางจีน โดยตลาดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะ 1 ปี จะทรงตัวที่ 3.0% และอัตราดอกเบี้ยระยะ 5 ปี จะทรงตัวที่ 3.5%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...