บุญเก่าของเมืองและโลกเริ่มเดินหน้าอีกรอบ
ภาพที่ 1-คำทำนายดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ปี 2569 ว่าด้วยภาระหนักของรัฐบาลและบุญเก่าของเมือง
ภาพที่ 2-ภาพดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ลัคนาสถิตราศีเมษ
-พฤหัสบดีจร (5) วกกลับจากเดินถอยหลังเริ่มเดินหน้าในราศีเมถุน
ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.69 เวลา 21.17 น.
-เดินอยู่ในราศีเมถุน-31 พ.ค.69
สาหัสทั้งเมืองรัตนโกสินทร์และโลกที่ลัคนาต่างสถิตราศีเมษด้วยราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง ที่เริ่มมาตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่ออิสราเอลและสหรัฐอเมริการ่วมกันรบกับอิหร่าน
ผู้เขียนคงไม่อาจหาญไปทำนายดวงเมืองโลก เพราะมือไม่ถึงและภูมิไม่สูงพอ เอาแค่ขอส่องดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ว่าสงครามที่รบกันด้วยอาวุธและกระทบเศรษฐกิจนั้น เมืองเราพอมีโอกาสอะไรบวกมาให้เพื่อเอาตัวรอดได้หรือไม่?
แล้วอาจจะสะท้อนไปที่ดวงชะตาโลกได้บ้าง
ดังที่ก่อนหน้านี้ก็ทำนายไว้แล้วว่า ปี 2569 นี้ รัฐบาล (ไม่ว่าฝ่ายไหนจะมาเป็น) จะไม่ง่ายในการบริหารประเทศ เพราะจะต้องมีปัญหาอุปสรรคให้ต่อสู้ดิ้นรนพาประชาชนให้รอดเพื่อตีฝ่าสงครามเศรษฐกิจ (รบกันเพียงใดก็กระทบเรื่องปากท้อง) พร้อมกับลงมือปฏิบัติการเพื่อพาประเทศหลุดจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางไปสูงให้ได้ในประมาณกรกฎาคม 2572
เกณฑ์หรือโอกาสบวกของเมืองรัตนโกสินทร์ที่ผู้เขียนจับตาคือ จะเริ่มตั้งแต่ค่ำคืนวันที่ 20 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เมื่อบุญเก่าเมืองที่ซาๆ ไปตั้งแต่ประมาณปลายธันวาคม 2568 จะพลิกกลับมาให้คุณอีกรอบ
อธิบายปรากฏการณ์ทางโหรสักเล็กน้อยเพื่อกันข้อกล่าวหาว่าโมเม คือพฤหัสบดีจร (5) ซึ่งเปรียบได้กับหัวหน้าเทวดาประจำเมืองและโลกด้วยที่เดินในราศีเมถุนแบบผิดปกติหรือวิกลคติ คือเดินถอยหลัง หรือพักร มาตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2568 นั้น จะวกกลับเดินหน้าเวลา 21.17 น. ของวันที่ 20 มีนาคม 2569
จุดที่ดาววกกลับเดินหน้าหลังจากเดินถอยหลังมาก่อนนี่แหละ อ.เทพย์ สาริกบุตร ครูโหรผู้ล่วงลับบอกจะเกิดเรื่องใหญ่ออกอาการได้ทั้งบวกและลบ
โดยคราวนี้ที่พฤหัสบดีจรจะเดินหน้าในราศีเมถุน ซึ่งเป็นภพที่สามหรือสหัชชะ ถือว่าโยคหน้าลัคนาเมืองที่สถิตราศีเมษที่จะทำให้ลัคนาเข้มแข็งจึงออกแนวให้คุณกับดวงชะตาเมือง คือ บุญเก่าจะแรง มีคนยำเกรง ตามโฉลก…ถึงบุญเพรง คนยำเกรงให้ลาภา…
บุญเก่าเมืองรอบนี้ที่จะเริ่มวันที่ 20 มีนาคม-31 พฤษภาคม 2569 แรงจากอะไร?
หากเทียบเคียงได้กับปรากฏการณ์รอบที่เมืองเคยได้บุญเก่า ระหว่าง 13 พฤษภาคม-22 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา คาดจะเป็นดังนี้
1.คนหรือกลุ่มบุคคลที่มีกรรมเก่ากับเมืองจะถูกจัดการ เช่น กรณีสีกากอล์ฟ จนพระผู้ใหญ่กระเจิง หรือกรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง หรือหลวงพ่ออลงกตแห่งวัดพระบาทน้ำพุ หรือศาลสั่งให้คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีชดใช้โครงการจำนำข้าวหนึ่งหมื่นยี่สิบแปดล้านบาท หรือศาลสั่งให้คุณทักษิณ ชินวัตร กลับเข้าคุกและจ่ายเงินจากการขายหุ้นหมื่นเจ็ดพันล้านบาท
รอบนี้จับตาคนในวงการศาสนา-กระบวนการยุติธรรม หรือตุลาการ หรือสมาชิกองค์กรอิสระต่างๆ หรือบุคลากรวงการสาธารณสุข หรือครูอาจารย์วงการมหาวิทยาลัยจะถูกกรรมเก่าเช็กบิล
2.บุคคลหรือเหตุการณ์ที่เสริมบุญเก่าของเมืองจะปรากฏ เช่นรอบที่แล้วเราได้เห็นการผุดขึ้นมากลางเมืองของพลโทบุญสิน พาดกลาง ขณะดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่สอง จากเหตุการณ์เขมรเปิดศึกรบกับไทยรอบแรก แล้วประเทศได้พื้นที่ 11 จุดกลับมา
หรือการเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยพรรคประชาชนส่งให้คุณอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ทำได้คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว-คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ-คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ และดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ร่วมงานรัฐบาลพอให้เกิดการเปลี่ยนเปลงเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปี 2568 พ้นจากสภาวะไอซียู
3.เพราะราศีเมถุนที่พฤหัสบดีจร (5) วกกลับเดินหน้านั้น เป็นภพที่สาม หรือสหัชชะของเมืองที่ลัคนาสถิตราศีเมษ อันหมายถึงประเทศเพื่อนบ้าน- การคมนาคม-ขนส่ง-การเดินทาง-การติดต่อสื่อสารสัมพันธ์
จับตาผลกระทบจากกรณีศึกที่ตะวันออกกลางที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 คือ เมื่อพฤหัสบดีจรวกกลับเดินหน้า คาดสถานการณ์ของเมืองน่าจะดีขึ้นเพราะบุญเก่าของเมืองหนุน
หนุนจากอะไร? คำตอบคือ หนุนจากการทูตและเจรจาแลกเปลี่ยนต่อรอง เพราะที่ราศีเมถุนนี้เป็นบ้านเดิมของพระพุธ (๔) เจ้าของการเจรจา-การทูต-ธุรกิจการค้า-การเดินทาง-ขนส่ง-ติดต่อสื่อสาร
จึงแม้จะมีความทุกข์ยาก และรัฐบาลต้องพาประชาชนกระเสือกกระสนไปให้รอดขนาดไหน เชื่อว่าเมื่อหัวหน้าเทวดาประจำเมืองเดินหน้าเช่นนี้คงจะมีช่องทางบรรเทาได้ด้วยการเจรจาและการทูตและการค้า
ทั้งนี้รวมทั้งโลกที่ทางโหรกำหนดให้ลัคนาอยู่ที่ราศีเมษ คาดว่าตั้งแต่ 20 มีนาคม-31 พฤษภาคม 2569 ด้านบุญของโลกคงเริ่มทำงานเพื่อให้คู่กรณีมีโอกาสได้ประชุมเจรจาหาทางออกกัน.